วันศุกร์, เมษายน 24, 2552

ตร.เชื่อคุมได้หลังเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ตำรวจมั่นใจสามารถคุมแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงได้หลังการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินของนายกรัฐมนตรี

พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ตำรวจมีหน้าที่รักษาสถานการณ์ให้อยู่ในความสงบทันที หลังนายกรัฐมนตรี ประกาศยกเลิก พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง หากมีการชุมนุมก่อความวุ่นวายไม่ว่ากลุ่มใด ตำรวจและหน่วยสนับสนุนจะเข้าไปดำเนินการให้อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่เป็นกังวลต่อการควบคุมแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ เพราะยังมีคดีอาญาที่ให้อำนาจพนักงานสอบสวนในการควบคุมตัวแกนนำเสื้อแดงได้ ในส่วนของตำรวจสันติบาล จะสืบสวนหาข่าวเชิงลึกการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงและกลุ่มอื่นที่มีความพยายามที่จะก่อหวอดชุมนุม หลังยกเลิก พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงด้วย

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังระบุว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้วิทยุสั่งการด่วนไปยังตำรวจทั่วประเทศ ให้ตั้งด่านตรวจจับอาวุธสงคราม อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และสิ่งผิดกฎหมาย หลังเกิดคดีลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไต

วันพฤหัสบดี, เมษายน 16, 2552

Mixed Berry Salad with Mint


ส่วนผสม

1.น้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย

2.เหล้ากลิ่นส้ม Grand Marnier 1/4 ถ้วย

3.สตรอว์เบอร์รี่สดผ่าครึ่ง, ราสป์เบอร์รี่สด, บลูเบอร์รี่สดใบสะระแหน่


วิธีทำ

ผสมน้ำตาลทรายและเหล้ากลิ่นส้มในอ่างผสม นำผลไม้ลงคลุกเคล้าเบาๆ จัดใส่จาน โรยหน้าด้วยใบสะระแหน่ เสิร์ฟทันทีหรือแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ


Notes• ถ้าไม่อยากใส่เหล้าอาจเปลี่ยนเป็นน้ำส้มคั้นผสมกลิ่นส้มหรือกลิ่นมินต์เล็กน้อย• อาจทำน้ำเชื่อมเหล้ากลิ่นส้มเก็บไว้ได้ด้วยการผสมน้ำตาลทราย 1/4 ถ้วย น้ำเปล่า 1/4 ถ้วย ต้มให้เดือด ใส่เหล้า 1 ช้อนชาและกลิ่นส้ม 1 ช้อนชา คนให้ทั่ว พักไว้ให้เย็น แช่เย็นเก็บไว้ใช้ได้

น้ำแข็ง


คนไทยทุกเพศทุกวัยนิยมบริโภคน้ำแข็ง อาจเนื่องจากเมืองไทยของเราเป็นเมืองร้อน การกินน้ำแข็งช่วยให้คลายร้อนได้ และกลายเป็นความเคยชินสำหรับคนไทย ไม่ว่าจะเป็นฤดูร้อน ฤดูฝน หรือฤดูหนาว ที่แม้อากาศจะหนาวเย็นขนาดไหนคนไทยก็ยังนิยมกินน้ำแข็ง
วิธีกินน้ำแข็งก็มีทั้งนำมาใส่น้ำเปล่าดื่ม เรียกว่า “น้ำแข็งเปล่า” หากเป็นน้ำแข็งที่ไม่ใส่น้ำก็มักจะเรียกว่า “น้ำแข็งแห้ง” อีกทั้งยังนำมาใส่เครื่องดื่มต่างๆ ตลอดจนใส่ขนมหวานนานาในรูปของน้ำแข็งไสหรือน้ำแข็งบด การดื่มเครื่องดื่มหรือกินขนมหวานที่ใส่น้ำแข็งจะทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ช่วยคลายร้อนได้ ในทางกลับกัน ถ้าน้ำแข็งไม่สะอาดก็จะทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ นั่นก็คือโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารได้เช่นกัน
น้ำแข็งที่คนไทยบริโภคที่มีอยู่ในท้องตลาดนั้นจะมีอยู่ 2 ชนิด คือ น้ำแข็งหลอด และน้ำแข็งซอง
น้ำแข็งหลอดเป็นน้ำแข็งก้อนรูปทรงกระบอก มีรูอยู่ตรงกลาง มีทั้งหลอดเล็กและหลอดใหญ่ สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านสะดวกซื้อ โดยบรรจุในถุงพลาสติกใสขนาดถุงละประมาณ 1 กิโลกรัม หากไปซื้อที่ร้านขายส่งน้ำแข็งก็จะชั่งขายเป็นกิโลกรัม ในกระบวนการผลิตน้ำแข็งหลอดจะผลิตด้วยเครื่องทำน้ำแข็งอัตโนมัติ โดยผลิตออกมาในรูปหลอดยาวๆ แล้วมีเครื่องมือช่วยตัดอัตโนมัติให้มีขนาด 1-1 ฝ นิ้ว
ส่วนน้ำแข็งซองนั้นเรียกชื่อตามลักษณะของแบบพิมพ์ที่ใช้ในการผลิต ซึ่งวางเป็นซองๆ หรือช่องๆ น้ำแข็งซองเป็นน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่ ในสมัยก่อนประมาณ 30-40 ปี เมืองไทยยังไม่มีการผลิตน้ำแข็งหลอดออกมาจำหน่ายเพื่อการบริโภค ก็ต้องบริโภคน้ำแข็งซองกัน เวลาซื้อก็จะบอกคนขายว่าต้องการน้ำแข็งเท่านั้นเท่านี้ “มือ” ก็คือน้ำแข็งซอง 1 ซอง เมื่อผ่าครึ่งจะได้ 2 ก้อน แต่ละก้อนเรียกว่า 1 กั๊ก น้ำแข็ง 1 กั๊กเมื่อนำมาแบ่งออกเป็น 4 ก้อน ก้อนละเท่าๆ กัน แต่ละก้อนเรียกว่า 1 มือ ดังนั้นน้ำแข็ง 1 ซองจะมี 8 มือ ที่เรียกเป็นมืออาจเนื่องมาจากน้ำแข็ง 1 มือมีขนาดก้อนที่เราจะถือได้พอดีมือ เวลาบริโภคก็จะนำน้ำแข็งไปแช่น้ำดื่มซึ่งนิยมแช่ในกระติกน้ำแข็งที่ช่วยเก็บความเย็น หรือนำไปทุบให้เป็นก้อนเล็กๆ แต่ในปัจจุบันน้ำแข็งซองไม่เป็นที่นิยมสำหรับครัวเรือนทั่วไป เพราะไม่สะดวกและหาซื้อยาก และบางคนก็ไม่นิยมบริโภคน้ำแข็งซองเพราะรู้สึกไม่สะอาดเหมือนน้ำแข็งหลอด สำหรับร้านค้าโดยเฉพาะร้านอาหารทั่วไปนิยมใช้น้ำแข็งบด ซึ่งก็คือน้ำแข็งซองนำไปบดนั่นเอง และด้วยราคาที่ไม่แพง น้ำแข็งบดจึงเป็นที่นิยมของร้านอาหาร หากนำน้ำแข็งซองไปไสก็จะเรียกว่า “น้ำแข็งไส” เมื่อนำไปใส่ในขนมหวาน เช่น ลูกชิด มันเชื่อม ข้าวต้มน้ำวุ้น ฯลฯ คนทั่วไปก็มักจะเรียกว่าขนมน้ำแข็งไส
น้ำแข็งจะสะอาดเพียงพอหรือไม่ต้องดูตั้งแต่กระบวนการผลิต การขนส่ง ตลอดจนการเก็บรักษา คนส่วนใหญ่หรือแม้กระทั่งผู้ผลิตมีความเข้าใจผิด คิดว่าน้ำแข็งไม่มีจุลินทรีย์ คือจุลินทรีย์ไม่สามารถมีชีวิตและเจริญเติบโตในน้ำแข็งได้ แต่จริงๆ แล้วกองควบคุมอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข สำรวจพบว่ามีการปนเปื้อนของจุลินทรีย์ในน้ำแข็งที่วางจำหน่ายจำนวนมาก จึงได้ร่วมมือกับสถาบันวิจัยโภชนาการ โดยรศ. ดร.วิสิฐ จะวะสิต ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการ และคณะ ทำการศึกษาหาวิธีการผลิตน้ำแข็งให้ปลอดภัยต่อผู้บริโภค ซึ่งผลการวิจัยพบว่าในขั้นตอนการผลิตต้องเริ่มให้ความสำคัญตั้งแต่น้ำดิบที่นำมาใช้ในการผลิต คือถ้าน้ำดิบที่ใช้ทำน้ำแข็งไม่สะอาดก็จะเป็นแหล่งเจริญเติบโตอย่างดีของจุลินทรีย์ทีเดียว นอกจากนี้ต้องดูสถานที่ผลิตน้ำแข็ง การขนส่ง ภาชนะที่ใช้ใส่น้ำแข็ง เป็นต้น
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมดูแลผู้ผลิตอาหาร ให้ผลิตอาหารที่ปลอดภัยให้คนเราบริโภค ได้ออกกฎหมายกำหนดให้น้ำแข็งเป็นอาหารในกลุ่มที่มีการกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน นั่นคือผู้ใดที่ต้องการผลิตน้ำแข็งออกมาจำหน่ายในท้องตลาดต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่ อย. กำหนดไว้ หากไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิด ถูกลงโทษทางกฎหมายได้ เช่น น้ำดิบที่นำมาใช้ผลิตน้ำแข็งเพื่อการบริโภคต้องมีมาตรฐานเช่นเดียวกับน้ำดื่มบรรจุในภาชนะปิดสนิท การเก็บรักษาน้ำแข็งห้ามใช้แกลบ ขี้เลื่อย กระสอบ กาบมะพร้าว เสื่อ หรือวัสดุอื่นๆ ทำนองเดียวกันมาห่อหุ้มน้ำแข็ง เป็นต้น ในเรื่องของการเก็บรักษาไม่ให้น้ำแข็งละลายเร็วโดยใช้แกลบ ขี้เลื่อย หรือกระสอบมาห่อหุ้ม แทบไม่พบเห็นในปัจจุบันแล้ว เพราะส่วนใหญ่โรงน้ำแข็งมักมีห้องเย็นหรือตู้แช่ขนาดใหญ่ไว้เก็บรักษาน้ำแข็ง ซึ่งสามารถถนอมน้ำแข็งไม่ให้ละลายเร็วเกินไปได้ดีกว่าการใช้ขี้เลื่อย แกลบ หรือกระสอบ นอกจากนี้กฎหมายยังครอบคลุมถึงสถานที่ในการผลิตน้ำแข็งด้วย ซึ่งถ้าโรงน้ำแข็งสามารถปฏิบัติได้ตามที่กฎหมายกำหนด เราก็มั่นใจได้ว่าน้ำแข็งที่ได้รับการผลิตออกมานั้นมีความปลอดภัย แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าในการขนส่งน้ำแข็งก็อาจทำให้น้ำแข็งเกิดการปนเปื้อนได้เช่นกัน เช่น เรื่องความสะอาดของพื้นรถที่ใช้วางน้ำแข็ง ความสะอาดของเจ้าหน้าที่ที่ขนส่งน้ำแข็ง ตลอดจนเรื่องความสะอาดของถุงหรือกระสอบที่จะนำมาใส่น้ำแข็ง หากมีการใช้โดยไม่ทำความสะอาดที่ถูกต้อง และการใช้ซ้ำซากโดยไม่ทำความสะอาด ก็จะเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้คณะวิจัยจากสถาบันวิจัยโภชนาการดังกล่าวข้างต้นพบว่าการล้างถุงหรือกระสอบที่จะนำมาใส่น้ำแข็ง (กระสอบที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นกระสอบทอด้วยพลาสติกสีขาว ใส่น้ำแข็งได้ปริมาณมากๆ ) นอกจากจะล้างด้วยน้ำเปล่าแล้ว ต้องฆ่าเชื้อด้วยน้ำผสมคลอรีนในสัดส่วนที่กำหนด (ขึ้นอยู่กับปริมาณของถุงหรือกระสอบที่ใช้) ด้วยจึงจะสะอาดเพียงพอ และกระสอบที่ล้างเสร็จแล้วต้องนำไปใช้ภายใน 24 ชั่วโมง มิฉะนั้นเชื้อจุลินทรีย์ก็จะเจริญเติบโตได้อีก ซึ่งเรื่องเหล่านี้ผู้บริโภคมักไม่ทราบ แม้แต่ผู้ผลิตน้ำแข็งเองก็อาจไม่ทราบ จึงต้องมีการเผยแพร่ผลงานวิจัยนี้ให้ทราบโดยทั่วถึงต่อไป
เรื่องหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของน้ำแข็งที่น่าสนใจ ก็คือ ตัวอักษรที่เขียนหรือพิมพ์ติดไว้ที่ถุงน้ำแข็ง จะเห็นได้ว่าเวลาที่เราซื้อน้ำแข็งถุงในร้านสะดวกซื้อ เราจะเห็นตัวอักษรดังกล่าวเป็นตัวอักษรสีน้ำเงินหรือสีฟ้า โดยไม่เคยพบเห็นว่ามีการใช้ตัวอักษรสีอื่นๆ ทั้งนี้เพราะ อย. มีกฎหมายกำหนดไว้ว่าน้ำแข็งที่นำมาจะต้องมีข้อความว่า “น้ำแข็งใช้รับประทานได้” เป็นตัวอักษรสีน้ำเงิน และตัวอักษร “น้ำแข็งใช้รับประทานไม่ได้” เป็นสีแดง ซึ่งจะใช้สำหรับแช่ของเท่านั้น เพื่อเป็นการแบ่งชนิดของน้ำแข็งให้ชัดเจนนั่นเอง ดังนั้นถ้าเห็นถุงน้ำแข็งใช้ตัวอักษรสีแดง แม้ไม่เห็นคำว่า “ใช้รับประทานไม่ได้” ก็อย่าหลงนำมากินเด็ดขาด เพราะอาจไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพได้
อีกประเด็นหนึ่งของเรื่องน้ำแข็งที่น่าจะช่วยกันรณรงค์ให้มากก็คือ ถังน้ำแข็งใบเดียวกันใช้ทั้งแช่น้ำดื่มน้ำอัดลมสำหรับขายลูกค้า แช่ผัก ตลอดจนแช่เนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้สำหรับนำไปทำอาหารขาย ในขณะเดียวกันก็ใช้น้ำแข็งนั้นมาให้ลูกค้ากิน ซึ่งนับว่าเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยมาก เพราะหลายๆ ครั้งที่พบเห็น น้ำอัดลมหรือน้ำดื่มบรรจุขวดนำไปแช่ในถังน้ำแข็งโดยไม่มีการล้างขวด ทั้งๆ ที่เห็นด้วยตาเปล่าว่าขวดเหล่านั้นไม่สะอาด มีฝุ่นละอองเกาะอยู่ ผักที่แช่ในถังน้ำแข็งก็ไม่สามารถมั่นใจได้ว่าล้างสะอาด จึงอาจมีสารพิษตกค้าง อีกทั้งเนื้อสัตว์ต่างๆ ที่ยังไม่ผ่านความร้อนก็เสี่ยงต่อการมีจุลินทรีย์ปนเปื้อนสูง นอกจากนี้ผู้ปรุงอาหารมีการหยิบจับอาหารในถังน้ำแข็งตลอดเวลาที่ปรุงอาหาร ความไม่สะอาดของมือก็อาจปนเปื้อนลงในน้ำแข็งได้ ถึงแม้จะแช่อาหารเหล่านี้คนละด้านหรือคนละข้างกับน้ำแข็งที่ใช้บริโภคก็ตาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้คงต้องร่วมกันรณรงค์ให้มากๆ ให้รู้จักแยกถังน้ำแข็งแช่ของและถังน้ำแข็งสำหรับบริโภคออกจากกัน เพื่อที่ผู้บริโภคจะได้ลดความเสี่ยงในเรื่องเหล่านี้ลง
การที่น้ำแข็งที่ใช้บริโภคได้รับการควบคุมดูแลให้มีความสะอาดเหมาะสมกับการบริโภคเป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชนคนไทยที่ส่วนใหญ่นิยมกินน้ำแข็ง และในปัจจุบันนอกจากจะมีน้ำแข็งซองและน้ำแข็งหลอดแล้ว ยังมีน้ำแข็งเกล็ด ซึ่งผลิตจากเครื่องผลิตน้ำแข็งอัตโนมัติเช่นกัน โดยน้ำแข็งชนิดนี้กินแล้วได้ความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าเช่นเดียวกับน้ำแข็งซองและน้ำแข็งหลอด และเป็นที่นิยมของคนทั่วไป เพราะเวลาที่เราเคี้ยวหรือกัดกัดจะไม่แข็ง แต่กรอบอร่อย เมื่อนำไปใส่เครื่องดื่มหรือใส่ขนมหวานก็จะช่วยให้เครื่องดื่มหรือขนมหวานมีความเย็นทั่วถึงได้อย่างรวดเร็ว น้ำแข็งแบบนี้ยังไม่แพร่หลายเท่าน้ำแข็งซองหรือน้ำแข็งหลอด อาจเพราะหาซื้อยากและมีราคาแพงกว่าน้ำแข็งแบบอื่น สำหรับคุณภาพของน้ำแข็งนั้นก็ต้องพิจารณาถึงน้ำดิบที่นำมาผลิตเช่นกัน ถ้าน้ำดิบที่ใช้ในการผลิตสะอาด น้ำแข็งที่ได้ก็ย่อมสะอาดด้วย ทั้งนี้ก็ต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วยเช่นเดียวกับน้ำแข็งซองหรือน้ำแข็งหลอด
การที่เราจะบริโภคน้ำแข็งในแต่ละครั้งคงต้องให้ความสำคัญสนใจและพิจารณาน้ำแข็งที่จะกินด้วย อย่าคิดว่าน้ำแข็งมีอุณหภูมิต่ำมาก ไม่มีเชื้อโรคปนเปื้อน เพราะจริงๆ แล้วหากผู้ผลิตไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่ควบคุม นอกจากจะได้รับเชื้อโรคที่ปนเปื้อนแล้ว ยังมีสิทธิ์ได้รับสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ ได้ด้วย เรื่องนี้ในฐานะผู้บริโภคก็ต้องร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อจะได้มีน้ำแข็งสะอาดบริโภคต่อ

วันอังคาร, เมษายน 14, 2552

ปลุกสงกรานต์ หวนกลับคึกคัก

ตัวเลขผู้เสียชีวิตในช่วงสงกรานต์ยังเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2552 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถิติอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ 4 ช่วง 7 วันอันตราย ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุทางถนนรวม 863 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 81 คน ผู้บาดเจ็บ 940 คน รวมสะสม 4 วันตั้งแต่วันที่ 10-13 เม.ย. เกิดอุบัติเหตุรวม 2,468 ครั้ง น้อยกว่าปี 51 จำนวน 481 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 220 คน น้อยกว่าปี 51 จำนวน 9 ราย บาดเจ็บ 2,658 คน น้อยกว่า ปี 51 จำนวน 657 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือเชียงราย 102 ครั้ง รองลงมาคือ นครศรีธรรมราช 94 ครั้ง

ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขให้สัมภาษณ์ถึงผลการให้บริการทางการแพทย์ และสาธารณสุขช่วงเทศกาลสงกรานต์ว่า ยอดสะสม 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-13 เม.ย. มีหน่วยแพทย์กู้ชีพออกปฏิบัติการทั้งหมด 12,621 ครั้ง เฉลี่ยนาทีละ 2 ครั้ง เป็นผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจร 5,149 ครั้ง เจ็บป่วยกะทันหัน 5,513 ครั้ง บาดเจ็บจากการทะเลาะวิวาทกัน 932 ครั้ง จมน้ำ 38 ครั้ง โดยมีการออกปฏิบัติการกู้ชีพมากที่สุดในวันที่ 13 เม.ย. จำนวน 3,789 ครั้ง สาเหตุใหญ่ที่สุดของอุบัติเหตุเกิดจากเมาสุราถึงร้อยละ 44-45

สำหรับอุบัติเหตุยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง โดย พ.ต.ท. ธวัชชัย ดีลิ่น สารเวัตรเวร สภ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 14 เม.ย. ว่ามีรถกระบะเสียหลักตกน้ำริมถนนสายแสงวิมาน-คลองน้อย หมู่ 8 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง รุดไปสอบสวน พบรถกระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็กซ์ สีเขียว ทะเบียน บค 2036 กระบี่ จมอยู่ในน้ำลึกเกือบ 1 เมตร มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถ 4 คน จึงช่วยเหลือนำส่ง รพ.นครศรีธรรมราช แต่ผู้บาดเจ็บได้เสียชีวิต 3 ศพ ทราบชื่อนายสมเกียรติ ศิริกุล อายุ 30 ปี นายเกียรติศักดิ์ ศิริกุล อายุ 45 ปี และนายสุวิทย์ ศิริกุล อายุ 37 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บชื่อนายสมศักดิ์ เดชวัฒน์ อายุ 47 ปี สอบสวนทราบว่า ผู้ตายและบาดเจ็บเป็นญาติกัน ก่อนเกิดเหตุทั้งหมดดื่มเหล้าฉลองสงกรานต์แล้วชักชวนกันไปดื่มต่อข้างนอก ขณะถอยรถออกมาเกิดพลาดพุ่งตกน้ำ หลังเกิดเหตุทุกคนพยายามหนีออกมา แต่เนื่องจากต่างคนต่างเมา ทำให้ไม่สามารถเปิดประตูออกมาได้ทำให้สำลักน้ำตายอนาถ
ต่อมาช่วงเช้าวันเดียวกัน เกิดอุบัติเหตุรถ จยย.พุ่งชนราวเหล็กกั้นทางโค้งถนนบ้านฟ้านาวี หมู่ 8 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังเกิดเหตุ พ.ต.ท.ฒศพล สมนึก พนักงานสอบสวน สภ.พลูตาหลวง ไปตรวจสอบพบรถ จยย. ยามาฮ่า นูโว สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน งธฉ 677 ชลบุรี ชนอัดตัดราวเหล็ก ใกล้กันพบผู้เสียชีวิต 2 ศพ ทราบชื่อนายวรงกรณ์ รัตนกสิกร อายุ 26 ปี และนายพลประเสริฐ รอดภิรมย์ อายุ 48 ปี สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายทั้ง 2 ซึ่งทำงานเป็นช่างซ่อมรถยนต์ได้ไปนั่งกินที่ร้านอาหารกับเพื่อนๆในวันหยุดสงกรานต์ แต่เงินไม่พอจ่าย ทั้งคู่เลยอาสาขี่รถ จยย.ออกไปกดจากตู้เอทีเอ็ม ทั้งที่อยู่ในอาการมึนเมา กระทั่งประสบอุบัติเหตุ แหกโค้งดังกล่าว

อีกราย พ.ต.ท.ขวัญชาติ แจ่มจำรัส สารวัตรเวร สภ.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี รับแจ้งเมื่อเวลา 14.00 น. ว่าเกิดเหตุรถชนกันมีผู้เสียชีวิตที่ถนนสายลาดหลุมแก้ว-ปทุมธานี หมู่ 6 ต.คูบางหลวง รุดไปตรวจสอบพบรถโตโยต้า คราวน์ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1ง-6072 กรุงเทพ มหานคร ใต้ท้องรถพบศพ ด.ญ.พรณภา บูรณะวิโรจน์ อายุ 14 ปี นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 2 คนชื่อ ด.ญ.วชิราภรณ์ วิทยะสัมพันธ์ อายุ 14 ปี และ ด.ญ.มนัสชยา อุเทนนาม อายุ 14 ปี จึงนำส่ง รพ.ปทุมธานี ห่างออกไป 10 เมตร พบรถปิกอัพโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน สท 2454 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ สอบสวนทราบว่า ก่อน เกิดเหตุผู้ตายและบาดเจ็บนั่งท้ายรถกระบะไปเล่นน้ำสงกรานต์ ถึงที่เกิดเหตุขณะจะเลี้ยวกลับรถถูกรถเก๋งที่ขับตามหลังพุ่งชนท้าย ทำให้ ด.ญ.พรณภากระเด็นตกรถถูกทับซ้ำติดใต้ท้องรถเสียชีวิต ส่วนเพื่อนได้รับบาดเจ็บ

ส่วนบรรยากาศการจัดงานสืบสานวัฒนธรรมสงกรานต์ในหลายจังหวัด มีประชาชนให้ความสนใจจำนวนมาก โดยเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 14 เม.ย. นายวันชัย สุทิน ผวจ.กำแพงเพชร เป็นประธานเปิดงาน “แห่ผ้าห่มพระบรมธาตุ” โดยมีการตกแต่งริ้วขบวนอย่างสวยงาม เพื่อร่วมกันนำผ้าไปห่มให้กับพระบรมธาตุเจดียาราม ที่วัดพระบรมธาตุอารามหลวง ต.นครชุม อ.เมือง กำแพงเพชร สำหรับประเพณีแห่ผ้าไปห่มพระบรมธาตุเจดีย์ของชาวกำแพงเพชร ได้จัดสืบทอดกันมาแต่โบราณ เนื่องจากเป็นพระบรมธาตุเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีเพียงแห่งเดียวในเขต ภาคเหนือตอนล่าง และเป็นที่เคารพศรัทธา เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวกำแพงเพชรตลอดมา โดยปีนี้เทศบาลเมืองกำแพงเพชร ได้อัญเชิญพระพุทธรูปและรูปหล่อพระเกจิดัง 3 องค์ประกอบด้วย พระพุทธสิหิงส์ รูปหล่อพระ อุปัชฌาย์กลึง และรูปหล่อหลวงพ่อวิเชียรโมฬี มาแห่ให้ ประชาชนได้สรงน้ำขอพรเนื่องในวันปีใหม่ของไทยด้วย

ที่ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่เช้าค่อนข้างเงียบเหงา บริเวณรอบๆ คูเมืองมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติออกมาเที่ยวเล่นน้ำกันบางตา เนื่องจากส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจในสถานการณ์บ้านเมือง อีกทั้งปีนี้ตำรวจปิดถนนรอบคูเมือง โดยไม่ให้รถยนต์บรรทุกถังน้ำเข้าไปในช่วงตั้งแต่ เวลา 12.00-18.00 น. กระทั่งช่วงบ่าย พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ได้ยกเลิกคำสั่งปิดถนนดังกล่าว ทำให้บรรยากาศการเล่นสงกรานต์เริ่มคึกคักขึ้นมาบ้าง

ขณะที่ช่วงเช้าวันเดียวกัน น.ส.รัตนาภรณ์ คล่องแคล่ว อายุ 17 ปี และ น.ส.สายชล โชคดีศรีจันทร์ อายุ 18 ปี ชาว อ.เมืองพะเยา เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.คมสันต์ กันธะป้อง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา ว่าช่วงเย็นวันที่ 13 เม.ย. ขณะทั้งคู่ขี่รถ จยย.ผ่านถนนสายพะเยา-เชียงราย มาถึงหน้าอู่ซ่อมรถสวาทยนต์ ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา ถูกกลุ่มวัยรุ่น 3 คนใช้น้ำแข็งสาดแทนน้ำทำให้ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและดั้งจมูก ต่อมาตำรวจตามจับกุมวัยรุ่น 3 คนไว้ได้ ทราบชื่อนายอภิรัตน์ รินเทพ อายุ 18 ปี นายภาณุวัฒน์ พันธ์วงศ์ อายุ 18 ปี และนายเอก (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ขณะเดินอยู่หน้าอู่ซ่อมรถดังกล่าว แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ แต่ทั้ง 3 ให้การปฏิเสธ โดยมีผู้เสียหายเข้าชี้ตัวยืนยัน ด้าน พ.ต.อ.มงคล สัมภาวะผล ผกก.สภ.เมืองพะเยา กล่าวว่า ได้สั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่อนุญาตให้ประกันตัว

ที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน นายสมศักดิ์ ปะริสุทโธเหมทานนท์ รอง ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานพิธีสรงน้ำพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ที่ศาลาการเปรียญวัดบ้านไร่ โดยมีนายมุรธาธีร์ รักชาติเจริญ นายอำเภอด่านขุนทด พร้อมศิษยานุศิษย์เข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ หลวงพ่อคูณได้อวยพรให้ ลูกหลานทุกคนประสบความสุขโชคดีในวันขึ้นปีใหม่ไทย และวันผู้สูงอายุ จงเดินทางกลับอย่างปลอดภัย อย่ามีเหตุ มีลางร้ายใดๆ กันทุกๆ คน อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสรงน้ำหลวงพ่อคูณในปีนี้มีศิษยานุศิษย์เข้าร่วมน้อยกว่าปีที่ผ่านๆมา โดยเฉพาะศิษยานุศิษย์ที่เดินทางมาจากต่างถิ่นลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา มีประชาชนออกมาเล่นน้ำตามถนนทั่วทุกสาย โดยเฉพาะถนนจอมสุรางคยาตร หรือถนนข้าวเหนียว ส่งผลให้การจราจรเป็นอัมพาต ส่วนบริเวณสวนภูมิรักษ์ข้างลานอนุสาวรีย์ท้าว สุรนารี ทางเทศบาลได้สร้างหุ่นจำลองหลวงพ่อคูณนั่งยองๆ ถือก้านไม้ขยับขึ้นลง มีการนำสายยางไปติดไว้ฉีดพ่นน้ำให้กับผู้ที่ผ่านมาไปมาคล้ายกับหลวงพ่อคูณกำลังพรมน้ำมนต์ โดยมีชาวบ้านจำนวนมากกราบไหว้สักการะและรอรับน้ำจากหุ่นจำลองหลวงพ่อคูณเพื่อความเป็นสิริมงคล

ที่ จ.มุกดาหาร เทศบาลเมืองมุกดาหาร ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม จัดงานประเพณีสงกรานต์สองฝั่งโขง สามแผ่นดิน (ไทย-ลาว-เวียดนาม) ตั้งแต่วันที่ 12-16 เม.ย. มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและประเทศเพื่อนบ้านมาเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์ กันอย่างสนุกสนาน โดยเฉพาะบริเวณแก่งกระเบาแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัด เนื่องจากช่วงนี้แม่น้ำโขงลดลงจนเห็นแก่งหินกลางลำน้ำมากมาย เหมาะสำหรับลงเล่นน้ำคล้ายร้อน ขณะที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาใช้บริการขอทำบัตรผ่านแดนชั่วคราวเพื่อเดินทางไปเที่ยวเมืองไกรสอน พรมวิหาร แขวงสะวันเขต ของลาว นอกจากนี้ ยังมีนักท่องเที่ยวบางกลุ่มยังเดินทางไปยังประเทศเวียดนาม โดยในช่วงสงกรานต์มีผู้เดินทางผ่านแดนเฉลี่ยวันละประมาณ 2,000 คน

ขณะเดียวกันเมื่อเวลา 15.30 น. นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ รอง ผวจ.กาญจนบุรี ร่วมกับชาวบ้านในพื้นที่และท่องเที่ยว จัดงานเทศกาลสงกรานต์ชาวมอญ โดยมีการตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งแด่พระสงฆ์ 300 รูป บริเวณสะพานไม้อุตตมราชานุสรณ์ หมู่ 4 ต.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำซองกาเลียที่หลวง-พ่ออุตตมะ อดีตเจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ได้จัดสร้างขึ้น โดยนายชัยวัฒน์กล่าวว่า การจัดงานครั้งเพื่อให้ชาวไทยเชื้อสายมอญ ชาวไทยเชื้อสายอิสลาม และชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง ได้ร่วมกันรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุตามแต่ละเชื้อสาย ส่วนอีกเรื่องคือทางจังหวัดได้ริเริ่มจัดตั้งกองทุนรับบริจาคซ่อมแซมสะพานดังกล่าว ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยที่กำลังทรุดโทรมเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป

ส่วนบรรยากาศการเล่นน้ำในกรุงเทพฯ ย่านถนนข้าวสาร หลังจากเมื่อวันที่ 13 เม.ย. นายสุรัตน์ วงศ์ชาญศิลป์ นายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร ประกาศยกเลิกการเล่นน้ำ เนื่องจากสถานการณ์การปราบปรามกลุ่มชุมนุมม็อบเสื้อแดงรุนแรง เกรงจะเกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยว ล่าสุดเมื่อช่วงเย็นวันเดียวกันหลังกลุ่มผู้ชุมนุมยอมสลายตัว ส่งผลให้สถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดี ปรากฏว่ามีคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติแห่มาเล่นสาดน้ำกันคึกคัก แม้ผู้คนจะไม่เนืองแน่นเหมือนทุกๆปี แต่บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยมีการรณรงค์ห้ามเล่นแป้ง ห้ามใส่ชุดสายเดี่ยวหรือแต่งตัวโป๊ รวมทั้งห้ามเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่นเดียวกับย่านถนนสีลม บรรยากาศค่อนข้างสนุกสนาน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติออกมาร่วมกันสาดน้ำสงกรานต์ อย่างคึกคัก

วันพุธ, เมษายน 08, 2552

มหกรรมไทยรวมพลัง กู้เศรษฐกิจชาติ

งานมหกรรม “ไทยรวมพลัง กู้เศรษฐกิจชาติ” เริ่มแล้ว วันนี้ 4 กระทรวง ศก.จับมือเข็นสินค้าราคาถูก 1,700 รายการ เทกระจาดลดแหลก 20-40% หมุนเวียนจัดโปรโมชั่นถึงวันที่ 9 เม.ย.นี้

นางพรทิวา นาคาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การจัดงาน “มหกรรมไทยรวมพลัง กู้เศรษฐกิจชาติ” ครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือ 4 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงแรงงาน ซึ่งจะเป็นการทำงานแบบบูรณาการมุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจและเกิดเงินหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจเร็วขึ้น ที่สำคัญจะช่วยคนไทยได้ซื้อสินค้าราคาถูก โดยงานจัดวันที่ 3-9 เมษายน 2552 ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00 น. ชาเลนเจอร์ 2-3 ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพค เมืองทองธานี

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ได้ร่วมกับผู้ประกอบการนำสินค้าจำเป็นต่อการ ครองชีพจำหน่ายสินค้าธงฟ้าราคาประหยัดภายใต้บลูโซนตามโครงการฟ้าสดใสคนไทย ยิ้มได้ ราคาที่จำหน่ายถูกกว่าท้องตลาดร้อยละ 20-40 จำนวน 1,700 รายการ บนพื้นที่ขาย 40,000 ตารางเมตร

ทั้งนี้ ในแต่ละวันจะมีสินค้าราคาพิเศษเสนอขายจำนวนจำกัด อาทิ เนื้อสุกร และไก่ กิโลกรัม 70 บาท น้ำมันพืช ขวดละ 33 บาท ข้าวสาร ถุงละ 5 กก. 99 บาท จากเดิม 150 บาท ไข่ไก่ ถาดละ 30 ฟอง 60 บาท มะนาว ลูกละ 2 บาท วันละ 20,000 ลูก นอกจากนี้ ยังมีบูธของสถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์และประกันภัย นำเสนอสินเชื่ออัตราพิเศษ และมีโซนตลาดนัดรับสมัครงาน

นางพรทิวา กล่าวว่า ผู้ที่มาร่วมงานมหกรรมไทยรวมพลัง กู้เศรษฐกิจชาติ นอกจากซื้อสินค้าคุณภาพดีราคาถูกแล้วภายในงานยังแจกคูปองส่วนลดเงินสดสำหรับ ใช้บริการบลูแท็กซี่ฟรีวันละ 200 ใบ สำหรับผู้ที่ได้รับเช็คช่วยชาติสามารถนำสลิปเงินเดือนมาขึ้นทะเบียน เพื่อขอรับคูปองเพิ่มมูลค่าเช็ค 200 บาท สำหรับซื้อสินค้าในงาน

วันจันทร์, เมษายน 06, 2552

สงกรานต์ 2552

วันเสาร์, เมษายน 04, 2552

เทพไท ปูดทักษิณกบดานเขมร จี้ฮุนเซ็นแจงท่าที

นายเทพไท เสนพงษ์ โฆษกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อ้างข้อมูลจากบุคคลไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า มีผู้พบเห็น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในประเทศกัมพูชา และมีที่พำนักอยู่ใกล้กับบ้านพักของ สมเด็จฮุน เซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ได้ประสานกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงพนมเปญ เพื่อติดตามเรื่องนี้แล้ว
นายเทพไท เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชาแสดงท่าทีต่อเรื่องนี้ให้ชัดเจน ตรงไปตรงมา เหมือนกับที่ประเทศลาวได้แสดงความชัดเจนแล้วว่าไม่อนุญาตให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศ เพราะหากกัมพูชาให้ที่พักพิงแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ จริงอาจเป็นความไม่สบายใจของประเทศไทย
"รัฐบาลกัมพูชาควรจะให้ข้อมูลที่ชัดเจนและตรงไปตรงมากับประเทศไทย เพราะหากปิดบังอาจจะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอยากให้รัฐบาลกัมพูชาประกาศท่าทีที่ชัดเจนเหมือนกับรัฐบาลประเทศลาว ที่ประกาศว่าจะไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าประเทศ และจะไม่ยอมให้ประเทศตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง และหากอยู่ที่นั่นจริงจะต้องดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดน นายเทพไท กล่าว
เมื่อถามว่า สาเหตุที่กัมพูชา ไม่ยอมแสดงท่าทีที่ชัดเจน อาจเป็นพราะไม่พอใจคำพูดของ นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่กล่าวพาดพิงนายกฯกัมพูชาว่าเป็น gangster หรือไม่ นายเทพไท กล่าวว่า ไม่น่าเกี่ยวกัน เพราะเรื่องนี้จบไปแล้ว แต่หากพบว่าพ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในกัมพูชาจริงรัฐบาลต้องเจรจาและดำเนินการตามขั้นตอนขอให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ชาวโคราชยกพลให้กำลังใจป๋าเปรม

ชมรมชาวโคราชรักป๋าเปรม เดินขบวนไปที่ บ้านไร้กังวล เพื่อให้กำลังใจ แต่ถูกตำรวจตั้งด่านสกัดกั้น ป้องกันเหตุวุ่นวาย ด้านภาคีมวลชนคนโคราชเข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกต่อ มทภ.2 ผบช.ภ.3 และผู้ว่าฯ โคราช จี้นำตัว "ทักษิณ" มาลงโทษ
(4เม.ย.) ทันตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมธาวี แกนนำกลุ่มภาคีมวลชนคนโคราชรักประชาธิปไตย นายสาธร สินปุร ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย สาขานครราชสีมา และ ผศ.ดร.สามารถ จับโจร ประธานโปรแกรมวิชาทัศนศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา เครือข่ายกลุ่มพันธมิตรโคราช และชมรมชาวโคราชรักป๋าเปรม รวมตัวกันที่สถานีวิทยุชุมชนเสียงกรรมกร ด้านหลังสถานีรถไฟนครราชสีมา เพื่อเดินขบวนสำแดงพลังไปที่บ้านไร้กังวล เลขที่ 1885 ถ.สืบศิริ ตรงข้ามกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 (บชร.2 ) กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี ซึ่งเป็นบ้านพักของ พล.อ เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อให้กำลังใจและแสดงจุดยืนว่าอยู่ข้างสถานบันพระมหากษัตริย์ และประธานองคมนตรี
โดยก่อนจะถึงจุดนัดหมายที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 300 เมตร กลุ่มผู้ชุมนุมได้ถูกสกัดกั้นจากทางตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมืองนครราชสีมา กว่า 20 นาย โดยมี พ.ต.อ.พนันชัย ชื่นใจธรรม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง เป็นผู้สั่งการ ได้ตั้งแผงเหล็กกั้นบริเวณสามแยกสำนักงานชลประทานที่ 8 ถ.สืบศิริ ไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมผ่านเข้าไปที่บ้านพักของประธานองคมนตรี โดยผู้ชุมนุมที่มารวมตัวกันกว่า 100 คน ได้แต่เพียงยืนส่งเสียงให้กำลังใจประธานองคมนตรี ซึ่งมีการยืนถือป้ายที่มีข้อความว่า "ชาวโคราชรักป๋าเปรม ,"ซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ และจงรักภักดี" ,"ลูกป๋าที่มีชีวิตอยู่ ออกมาสู้เพื่อป๋าได้แล้ว"
ต่อมา แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะขอเข้าพบประธานองคมนตรี เพื่อมอบกระเช้าดอกไม้ และอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาต เพราะเกรงจะเกิดสถานการณ์ความวุ่นวาย จึงได้มอบสิ่งของที่เตรียมมา ให้กับ พ.ต.อ.พนันชัย เป็นตัวแทนรับมอบ ต่อมากลุ่มผู้ชุมนุมได้พักรับประทานอาหารเที่ยงก่อนที่จะเคลื่อนขบวนไปรวม ที่หน้าวัดบูรพ์ ถ.มหาดไทย ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา เพื่อเดินเท้าไปยื่นจดหมายเปิดผนึกกับ พล.ท วิบูลย์ศักดิ์ หนีพาล แม่ทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี พล.ต.ท กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบช.ภาค 3 และ นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผวจ.นครราชสีมา สุดท้ายได้นัดหมายบวงสรวงท้าวสุรนารี (ย่าโม) ก่อนจะตั้งเวทีเสวนากลางแจ้งในหัวข้อ "ใครมุ่งล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภัยทักษิณ อันตรายต่อความมั่นคงของชาติ และสถาบันสูงสุด"
โดยใช้พื้นที่ข้างลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ริม ถ.ราชดำเนิน ด้านทิศเหนือ ติดกับลานคนเมือง ในช่วงเวลา 18.00 น. ส่วนทางด้านทิศใต้ โดยมีลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อยู่ขั้นกลางติดกับศาลาทรงไทย ได้มีกลุ่มคนเสื้อแดงโคราช หรือกลุ่มคนโคราชรักษ์ประชาธิปไตย นำโดย นางปภัสชนัญญ์ ฉิ่งอินทร์ หรือเจ๊แดง นักจัดรายการวิทยุชุมชนท้องถิ่นเมืองโคราช เป็นแกนนำได้นัดชุมนุม เพื่อรับฟังวีดีโอลิงค์ "ทักษิณ" และปราศรัย ในช่วงเย็นเช่นกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องระดมกำลังจากสถานีตำรวจในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ทั้งในและนอกเครื่องแบบหลายร้อยนาย มารักษาความปลอดภัยป้องกันการเกิดเหตุการความรุนแรงระหว่างผู้ชุมชนทั้งสอง ฝ่าย
ต่อมา ทันตแพทย์ศุภผล แกนนำกลุ่มภาคีมวลชนคนโคราช ได้อ่านแถลงการณ์เปิดผนึก ฉบับที่ 3/52 เรื่องการจาบจ้วงสถาบันองคมนตรีและสถาบันหลักของประเทศ ผ่านเครื่องขยายเสียงเคลื่อนที่ว่า "จากปรากฎการณ์คนเสื้อแดงบุกยึดหน้าทำเนียบรัฐบาล และตั้งเวทีกล่าวโจมตีรัฐบาลมาตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา พร้อมเกิดการยุยงปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง โดยมีอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้ปราศรัยโฟนอินพร้อมทั้งผ่านวิดีโอลิงค์มายังเวทีของผู้ชุมนุมหน้าทำเนียบ รัฐบาลอย่างต่อเนื่องทุกวัน
ประเด็นสำคัญคือ การกล่าวพาดพิงประธานองคมนตรี พล.อ เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ สุรยุทธ์ จุลานนท์ สถาบันองคมนตรี สถาบันตุลาการ สถาบันทางการทหาร ยุยงให้กลุ่มเสื้อแดงที่อยู่ในส่วนภูมิภาคให้ไปทำการปิดล้อมศาลากลางจังหวัด หลายจังหวัด โดยหวังเพียงผลประโยชน์ส่วนตัวทางการเมือง ก่อปัญหาให้คนไทยแยกเป็นฝักฝ่าย ยุยงให้คนไทยด้วยกันเกิดการทะเลาะเบาะแว้ง อันอาจนำไปสู่สงครามกลางเมืองได้โดยง่าย โดยอดีตนายกฯ ทักษิณ หวังที่จะกลับมามีอำนาจเพื่อให้ตนเองพ้นผิดจากคดีอาญา และพ้นผิดจากคดีทุจริตคอรัปชั่นในสมัยที่ตนเองได้กระทำเมื่อครั้งที่เคยมี อำนาจปกครองบ้านเมือง
การกระทำของอดีตนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ถือได้ว่า "เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศเป็นอันตรายและขัดต่อการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" ดังนั้นรัฐบาลต้องใช้มาตรการทางกฎหมายด้วยการนำเอาตัวอดีตนายกฯ ทักษิณ มาลงโทษตามความผิดคดีทางอาญาตามที่ศาลได้พิพากษาลงโทษไปแล้ว โดยให้จับตัวส่งเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาติดคุกภายในประเทศไทยด่วนที่สุด ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ ที่สามารถกระทำได้ให้ตัดสัญญาณโฟนอิน และวิดีโอลิงค์ของอดีตนายกฯ ทักษิณ พร้อมทั้งจับกุมผู้กระทำการเชื่อมสัญญาณดังกล่าวทันที เพราะเป็นการกระทำที่มิได้เป็นไปตามสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ แต่กำลังยุยงปลุกปั่นให้ราษฎรเคลื่อนไหวเพื่อนำไปสู่การล้มล้างการปกครองใน ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งถือว่า การกระทำเช่นนี้อาจเข้าข่ายขบถในราชอาณาจักร
ด้าน พ.ต.อ.พนันชัย ผกก.สภ.โพธิ์กลาง ได้ชี้แจงถึงเหตุผลที่ไม่สามารถให้กลุ่มผู้ชุมชนเข้าไปใกล้บริเวณบ้านไร้ กังวล ว่าเป็นมาตรการปฏิบัติหน้าที่อารักขาประธานองคมนตรีในฐานะบุคคลสำคัญ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องยึดถือปฏิบัติตามหน้าที่โดยไม่เลือกปฏิบัติแก่ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ทุกสี ไม่ว่าสีแดง สีเหลืองต้องมีมาตรฐานเดียวกัน

วันศุกร์, เมษายน 03, 2552

อัยการฯ ระบุ รมว.ต่างประเทศ บินไปตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยตนเองได้

อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ ระบุรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสามารถบินไปติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยตนเองได้
นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีต่างประเทศ เปิดเผยถึงกรณีที่ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางไปติดตามตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงที่กระทรวงการต่างประเทศสามารถทำได้ ซึ่งหากได้ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ อัยการพร้อมส่งคำร้องขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยื่นต่อศาลของประเทศนั้นให้ทันที
อย่างไรก็ตาม มองว่าปัญหาในขณะนี้ คือการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เปลี่ยนที่อยู่ข้ามประเทศตลอดเวลา ทำให้การประสานส่งหนังสือขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังศาลประเทศต่าง ๆ ทำได้ลำบาก เพราะการติดตามตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังประเทศที่รับคำร้อง ต้องมีตัวผู้ต้องหาหลบหนีอยู่ในประเทศนั้นจริง มีข้อมูลประกอบเพียงพอชัดเจน หรือถูกจับกุมตัวได้แล้ว การจะให้ส่งคำร้องไปประสานงานล่วงหน้าไว้ทุกประเทศคงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้น เพื่อความรวดเร็ว หากรู้ที่อยู่แน่ชัดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ควรใช้วิธีส่งคำร้องไปต่างประเทศทางอีเมล แต่ต้องมีการแก้ไขกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ

วันอาทิตย์, มีนาคม 29, 2552

วอนม็อบอย่าเป็นอุปสรรคแก้วิกฤติศก.


อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ยันเปิดกว้างการชุมนุมไม่เคยสกัดกั้น วอนอย่าเป็นอุปสรรคแก้วิกฤติเศรษฐกิจยันจะให้ความเป็นธรรมทุกฝ่ายให้เข้ามามีส่วนร่วมแก้ปัญหา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์"ถึงถึงปัญหาทางการเมืองโดยเฉพาะการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงว่า การชุมนุมเรียกร้องของกลุ่มต่างๆ ตนขอยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่เคยที่จะสกัดกั้น และเปิดโอกาสให้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ได้อย่างเต็มที่ รัฐบาลจะพยายามฟังข้อเรียกร้องต่างๆ แล้วนำข้าสู่เวทีที่เหมาะสม ไว่าจะเป็นการปฎิรูปการเมือง และกระบวนการยุติธรรม โดยรัฐบาลจะจัดหาเวทีที่เหมาะสมและเชิญชวนทุกส่วนเข้ามรร่วมแสดงความคิดเห็นกัน
สำหรับตนแล้วมีความเข้าใจเป็นอย่างดีว่าความคิดเห็นต่างๆ ย่อมมีความแตกต่างกันได้ แต่สำหรับวันนี้ตนอยากจะให้ประเทศเดินไปข้างหน้า การคลี่คลายปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นตนรู้ว่ารัฐบาลจะต้องทำ แต่ตนขออย่าทำให้ปัญหาตรงนี้จนกลายเป็นปัญหาอุปสรรคของคนส่วนใหญ่ของประเทศที่กำลังเดือดร้อนกับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจอยู่ในเวลานี้ ดังนั้นตนขอให้ความมั่นใจว่าประชาชนทุกกลุ่มทุกคนว่ารัฐบาลชุดนี้จะให้มีความตั้งใจและมีความจริงใจที่จะดูแลปัญหาทุกข์สุขต่างๆ ให้ดียิ่งขึ้นไปนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่าช่วงสัปดาหที่ผ่านมาตนได้พยายามเร่งรัดงานต่างๆ เพื่อหวังผลให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดความคึกคัก ช่วงต้นเดือนหน้า 4 กระทรวงใหญ่จะมีการจัดงานใหญ่ ซึ่งจะมีส่วนช่วย รัฐบาลคิดถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจในรอบที่สอง หากงบประมาณปี 2553 รัฐบาลคิดว่ากระตุ้นการลงทุน ครม.เศรษฐกิจจะแผนการลงทุนในภาครัฐ 3 ปีขี้น 1 แสนหน้าหมื่นล้านบาท เพื่อเสริมความพร้อมของประเทศ เรื่องความมั่นคงทางด้านอาหารเกี่ยวกับทางการเกษตร สามารถช่วยพื้นที่การเกษตรเพิ่มขึ้นมากกว่า 20 ล้านไร่
นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงปัญหาทางด้านสังคมที่เกิดจากวิกฤตทางเศรษฐกิจว่า ปัญหาทางานนี้จะมีกองทุนสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานที่เก็บเงินจากภาษีเหล้าและบุหรี่มาทำงานร่วมเครือข่ายภาคประชาชน โดยตนได้มีการร่วมประชุมร่วมกัน ซึ่งได้วางงานให้รับผิดชอบในเรื่องใหญ่ๆ 3 เรื่อง คือ บัณฑิตจิตอาสาโดยจ้างงานนักศึกษาที่จบใหม่มาเก็บข้อมูลด้านสุขภาวะ
"และการประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจให้ประชาชนเกิดการปรับตัวในการรองรับกับวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เป็นต้น ซึ่งข้อมูลต่างๆที่มีการเก็บรวบรวมที่ได้จะส่งต่อให้กับรัฐบาล เพื่อนำมาแก้ไขและวางนโยบายในการพัฒนาที่ต่อไป ซึ่งโครงการต่างๆ เราจะสามารถสกัดไม่ให้เกิดปัญหาทางสังคมตามมา เช่น เรื่องยาเสพติด และปัญหาทางสังคมอื่นๆ" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

วันศุกร์, มีนาคม 27, 2552

งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 37

สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมฝรั่งเศส Guest of Hornor 2009
1. พบนักเขียนชื่อดัง
2. ซึมซับวัฒนธรรมฝรั่งเศสผ่านหนังสือ ภาพยนตร์ และแฟชั่นที่บู้ทฝรั่งเศส (France Pavilion) ในแพลนนารีฮอล์
สด! ใหม่! ตื่นตากับ “ห้องสมุดหนังสือใหม่”
1. ที่เดียวที่รวบรวมหนังสือใหม่ๆๆๆกว่า 3,000 ปก ไว้ในห้องบอลรูม โซน”สนุก Kids สนุกอ่าน” เดินชมที่เดียวพบหนังสือใหม่ทั้งงาน
2. เพลิดเพลินกับการอ่าน และสนุกกับกิจกรรมในโซน ทั้งครอบครัว


ร่วมเป็นผู้หนึ่งในการทำบุญแห่งปัญญา ซื้อหนังสือบริจาค 9,999 เล่ม เพื่อเด็กด้อยโอกาสกว่า 1,000,000 คน เพียงบริจาคเงิน 50 บาท ขึ้นไป รับ “คำคมเทพรัตน์” หนังสือแม่เหล็กเล่มจิ๋วเป็นของที่ระลึกทันที
พิเศษ! วันหนังสือเด็กแห่งชาติ 2 เมษายน นี้สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ แจกคูปอง 100 บาท ฟรี ให้เด็กและเยาวชน อายุไม่เกิน 15 ปี 10,000 คนแรกที่เข้างานได้ เลือกซื้อหนังสือในงานตามอัธยาศัย หมดแล้วหมดเลย


ก้าวหน้าด้วยการอ่าน หนังสือสร้างเด็ก เด็กสร้างชาติ

วันพุธ, มีนาคม 25, 2552

เทือกอัดทักษิณพาดพิงองคมนตรี


สุเทพ อัด ทักษิณ เป็นหมาบ้าไปแล้ว พูดพาดพิงองคมนตรี ต้องการให้คนคิดไปไกลกว่านั้น ปฏิเสธ อัดงบพันล้านกล่อมเสื้อแดง อ้างเหตุการแก้เศรษฐกิจในชุมชน หวั่นบานปลายกระทบความมั่นคง
(25มี.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึง การเตรียมการรับมือการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดง 26 มี.ค.ว่า กำ ชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลรักษาสถานที่ราชการและทรัพย์สินของทางราชการ ไม่ให้ใครบุกรุกทำลาย ซึ่งไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ
เมื่อถามว่า ทาง ผบช.น.ระบุจะมีการนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งตามสี่แยกถือเป็นการจับผิดกลุ่มเสื้อแดงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องไปถาม ผบช.น. เพราะรายละเอียดในการดูแลกลุ่มคนเสื้อแดงตนไม่ได้ลงไปดูแลมากเท่าไหร่ แต่ได้ย้ำกับผบช.น.ว่า ต้องไม่ยอมให้มีการกระทำผิดกฎหมาย หากทำผิดต้องดำเนินคดีทันที
เมื่อถามว่า กลุ่มเสื้อแดงวิจารณ์ว่า การนำกำลังตำรวจและทหารนับหมื่นนายมารักษาความปลอดภัยเป็นการกระทำที่เกิน กว่าเหตุ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะพูดจาอะไรอย่าไปเชื่อถือ บช.น.มีประสบการณ์ในการดูแลม็อบมาแล้ว การใช้กำลังเจ้าหน้าที่เท่าไหร่ ตนจึงไม่จำเป็นต้องไปซักถาม ทุกฝ่ายมีหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติในการรักษาทำเนียบรัฐบาล ดูแลรักษากฎหมาย ส่วนกรณีกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะไม่ให้ครม.เข้ามาทำงานในทำเนียบรัฐบาลนั้น รัฐบาลจะไม่ไปตอบโต้กับกลุ่มผู้ชุมนุม แต่นายกฯและรัฐมนตรีจะทำงานตามปกติ โดยไม่มีการเตรียมสถานที่สำรองเอาไว้แต่อย่างใด
เมื่อถามถึง กรณีที่ครม.ได้อนุมัติงบประมาณพันล้านบาทให้ กอ.รมน.ดำเนินโครงการกู้วิกฤติเศรษฐกิจด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ถือเป็นการตั้งงบเพื่อสยบการรุกคืบของกลุ่มคนเสื้อแดงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าไปฟังการวิจารณ์ของกลุ่มคนเสื้อแดง เพราะสิ่งที่รัฐบาลจะทำคือหลังจากที่ประชาชนทั่วประเทศได้รับผลกระทบจาก วิกฤติเศรษฐกิจ ค่าครองชีพขึ้น รายได้ไม่มี หลายคนมาทำงานกรุงเทพต้องกลับไปสู่หมู่บ้านในชนบท คนเหล่านี้จึงต้องหาเลี้ยงปากท้อง จะถือเป็นปัญหาเสี่ยงเมื่อคนไม่มีทางเลือกจะเป็นการเสี่ยงต่อการเกิดความ วุ่นวายและนำไปสู่ผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลจึงต้องเข้ามาแก้ปัญหาโดยยึดตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งถือเป็นของดีต้องนำมาใช้พัฒนาพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อให้ประชานกลับไปสู่ภาวะเสี่ยง
เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา กอ.รมน.ไม่ได้มีบทบาทเข้ามาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่จะเน้นเรื่องความมั่นคงมากกว่า นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องรอดูผลกันต่อไป รัฐบาลตั้งใจที่จะช่วยเหลือประชาชนทั้งประเทศ คนอาจจะติดภาพเก่าของกอ.รมน. เมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่กอ.รมน.ปัจจุบันจะต้องทำงานในเชิงรุก โดยผ่าน ผวจ. หากจะมีการช่วยเหลือประชาชน ผวจ.ต้องมีอำนาจในการสั่งการข้าราชการในทุกกระทรวง ทบวง กรม ในฐานะผอ.กอ.รมน.จังหวัด ซึ่งจะทำให้ทุกโครงการแผนงานของรัฐบาลบูรณการเข้าร่วมกันได้ในแต่ละจังหวัด ที่สำคัญในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ เราต้องสร้างจิตสำนึกและปลูกฝังอุดมการณ์ของประชาชนอย่าไปตื่นตระหนกกับภาวะ วิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น อย่างสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯยังขุดสนามหลังทำเนียบปลูกผักสวนครัว แต่บ้านเราทำไมมองข้ามสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นเมื่อประชาชนทุกคนทำได้ตามแนวทางนี้จะไม่หวั่นไหวกับวิกฤติเศรษฐกิจ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
นายสุเทพ กล่าวว่า การใช้งบนี้จะรวมไปถึงการรณรงค์ให้เทิดทูน ป้องกันการละเมิดสถาบันด้วย เพราะในภาวะที่บ้านเมืองมีภาวะวิกฤติหรือสงครามจะทำให้คนรู้สึกขาดความ รู้สึก รัก สามัคคี ไม่คิดถึงส่วนรวม มัวแต่เอาตัวรอด เพื่อให้ได้มีอาหารมื้อหน้า ไม่สนใจว่าจะทำผิดหรือถูก ดังนั้นรัฐบาลจะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ จึงต้องทำให้เรื่องนี้เกิดความมั่นคงซึ่งจะหมายถึงความมั่นคงของประเทศด้วย หากไม่ทำบ้านเมืองจะเกิดปัญหากลียุคได้ เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าวิกฤติเศรษฐกิจนี้จะเกิดอะไรขึ้นได้ ถือเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่เป็นสังคมเกษตรทำให้เราปรับตัวได้เร็ว ยึดมั่นตามแนวทางพระราชดำริ สามารถรองรับผู้ตกงานได้
เมื่อถามว่า การที่รัฐบาลจับมือกับกองทัพดำเนินนโยบายดังกล่าวเพื่อหวังผลการเมืองเฉพาะ หน้า และเพื่อจะควบคุมการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลไม่คิดจะไปควบคุมความเคลื่อนไหวของฝ่ายเสื้อแดงและไม่คิดจะทำด้วย แต่หากเสื้อแดงทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ
"อย่าคิดว่าผมไปสบประมาทนะ ขอเรียนตรง ๆ ผมถือว่าเรื่องเสื้อแดงเป็นเรื่องเล็ก แต่เรื่องใหญ่คือจะทำอย่างไร ที่จะเอาประเทศให้รอด ผมจึงอยากให้ประชานคนไทยทุกคนตระหนักให้ดีว่าวันนี้เราต้องเอาบ้านเมืองให้ รอด " นายสุเทพ ระบุ
เมื่อถามว่า มีข้อสังเกตว่าทำไมรัฐบาลไม่ใช้งบปกติ แต่กลับมาขอใช้งบฉุกเฉิน นายสุเทพ กล่าวว่า เนื่องจากงบปกติไม่ได้ตั้งเอาไว้ เพราะขณะนี้ใช้งบปี 2552 ที่รัฐบาลที่ผ่านมาตั้งไว้ ไม่ได้มีการตั้งงบประมาณไว้ช่วยเหลือประชาชนตามแนวทางนี้ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องมีงบพิเศษฉุกเฉินแสนกว่าล้านลงไปในพื้นที่ก่อน จากนั้นจะตามซ่อมเป็นจุด ๆ ซึ่งรัฐบาลยังต้องทำอีกหลายอย่าง การทำงานร่วมกับกอ.รมน. เพื่อต้องการลงพื้นที่พบประชาชนว่า ประชาชนมีความพร้อมดำเนินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลพร้อมจะอุดหนุนงบประมาณ
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านวิจารณ์ว่างบพันล้านเป็นส่วนหนึ่งในงบลับสองพันล้านที่รัฐบาลใช้ล้มระบอบทักษิณ นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าเป็นงบลับจะนำมาเปิดเผยกับสื่อมวลชนทำไม อย่าไปเชื่อคำพูดของกลุ่มคนเหล่านี้ให้ดูของจริงแล้วกัน อยากให้ทุกคนได้ติดตามลงพื้นที่ไปกับตนก็ได้
เมื่อถามว่า ที่ประชุมทำเนียบองค์มนตรีเมื่อวันที่ 24 มี.ค. ไม่สบายใจที่ พ.ต.ท. ทั กษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯโฟนอินพาดพิงองคมนตรีและบุคคลสำคัญว่าอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติ 19 ก.ย. 49 นายสุเทพ กล่าวว่า " เชื่อว่าไม่เฉพาะทำเนียบองคมนตรีหรือประธานองคมนตรีที่ไม่สบายใจ แต่คนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศนี้ก็ไม่สบายใจ ผมก็ไม่สบายใจ รวมทั้งสื่อมวลชนเอง ท่านประธานองคมนตรีเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ไม่ได้มีความฝักใฝ่หรือมายุ่งเกี่ยวกับการเมือง และตั้งแต่ผมเตรียมการจัดตั้งรัฐบาล และมาเป็นรัฐบาลบริหารงานได้ 3 เดือนก็ไม่เคยไปหาหรือไปพบประธานองคมนตรี ซึ่งไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกันเลย แต่คุณทักษิณ ยังหาเรื่องเอาองคมนตรีมาเกี่ยวข้อง เจตนาของคุณทักษิณคือ อะไร เจตนาก็คือทำให้คนคิดไปไกลกว่านั้น ทำให้คนเข้าใจสงสัยสับสน เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ขอให้ทุกคนมองอย่างนี้เพราะคุณทักษิณทำงานอย่างมีเป้าหมายอย่างนั้นจริง ๆ " นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมจะโฟนอินแฉบุคคลที่เกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังการปฏิวัติอีกครั้ง รัฐบาลจะจับตาเรื่องนี้อย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ถึงไม่จับตาสื่อก็จับมาใส่ตาตนอยู่ดี ถึงไม่อยากเห็นก็ต้องได้เห็นอยู่ดี ไม่ได้อยากได้ยินก็ต้องได้ยิน แต่ยืนยันว่าสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำเป็นเรื่องที่ไม่ดีกับบ้านเมือง ซึ่งตนไม่อยากพูดถึงคนชื่อทักษิณ อีกเลย แต่ก็ต้องชี้แจงและจะไม่ให้น้ำหนักกับคนชื่อทักษิณมาก เพราะไม่เชื่อในสิ่งที่พูด
"รัฐบาลจะไปป้องกันโดยการตัดสัญญาณไม่ให้มีการโฟนอินก็ทำไม่ได้ จึงต้องดูว่าเมื่อทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ เมื่อมีการหมิ่นประมาทหรือทำให้บุคคลอื่นเสียหาย ซึ่งขณะนี้ก็รู้กันอยู่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณอยู่ต่างประเทศจะไปเอาตัวมาดำเนินคดีก็มีปัญหา " นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่า ที่ประชุมทำเนียบองคมนตรีอยากให้รัฐบาลเอาจริงเอาจังเอาเทปมาถอดเพื่อจะดำเนินคดีกับพ.ต.ท.ทักษิณ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนทำทุกวัน อะไรผิดกฎหมายทำทันที ยืนยันว่าอะไรที่ผิดกฎหมายไม่มีการละเว้น
เมื่อถามว่า มาถึงจุดนี้เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีการประสานกับ พ.ต.ท.ทักษิณเพื่อ สมานฉันท์กันยุติปัญหา นาย สุเทพ ย้อนถามว่า " แล้วเขาประสานหรือเปล่าล่ะ ที่บอกว่าเป็นหมาเชื่อง เดี๋ยวนี้เป็นหมาไม่เชื่องแล้ว เป็นหมาบ้าไปแล้วมั้ง ส่วนการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ประกาศให้รางวัลใครพากลับบ้านได้จะตอบแทนทั้งชีวิตนั้น ก็ต้องจับตาดูกันต่อไป เดี๋ยวอีกหน่อยทุกคนก็เข้าใจ ไม่ต้องมาถามผม "

Save World Save Life 1

  1. ใช้บริการรถสาธาณะ การขับรถยนต์น้อยลงนอกจากช่วยประหยัดน้ำมันแล้ว ยังลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์

  2. ขับรถด้วยความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง ช่วยลดการใช้น้ำมันลงได้ 20% หรือคิดเป็นปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดได้ 1 ตันต่อรถยนต์ 1 คัน

  3. ลดการใช้ถุงพลาสติกการเผากำจัดถุงพลาสติกในเตาเผาขยะอย่างถูกวิธี ต้องใช้พลังงานจำนวนมากซึ่งทำให้มีก๊าซเรือนกระจกเพิ่มในบรรยากาศ

  4. แยกขยะอินทรีย์ เช่น เศษผัก เศษอาหาร ออกจากขยะอื่นๆ เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซมีเทนสู่บรรยากาศ
    สร้างนโยบาย 3Rs- Reduce, Reuse, Recycle ทั้งในบ้านและอาคารสำนักงาน เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างเต็มที่ เป็นการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการกำจัด


รอบรู้เรื่องก๊อกน้ำ
ก๊อกน้ำที่มีน้ำหยดได้แม้แค่น้อยนิด เพียงจุดเดียว อาจทำให้สูญเสียน้ำได้ถึง 20 แกลลอนต่อวัน ซึ่งถ้าเกิดขึ้นหลายจุด หรือหลายๆบ้าน ก็จะมีน้ำจำนวนมหาศาลที่เราต้องสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์


ล้างรถแบบประหยัดน้ำ
ถ้าใช้สายยางฉีดล้าง สำหรับรถยนต์ 1 คัน จะใช้น้ำประมาณ 150 แกลลอนจึงจะสะอาดแต่ถ้าล้างรถยนต์ 1 คันด้วยฟองน้ำ และใช้น้ำจากถังแทนการฉีด จะใช้น้ำเพียง 15 แกลลอนเท่านั้น


เทคนิครดน้ำต้นไม้
มีการศึกษาพบว่าถ้ารดน้ำต้นไม้ในระหว่าง 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น นั้น 60 % ของน้ำที่รดไปจะระเหยสู่อากาศโดยต้นไม้ไม่ได้รับประโยชน์ใดๆ ดังนั้น เวลาที่ดีที่สุดเพื่อให้การรดน้ำของเราได้ประโยชน์กับต้นไม้ เต็ม100% ก็คือระหว่างหลัง6โมงเย็นจนถึง ก่อน 9 โมงเช้า

วันอังคาร, มีนาคม 24, 2552

พิพิธภัณฑ์หินแปลก จ.ปทุมธานี


พิพิธภัณฑ์หินแปลก เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทย ซึ่งได้จัดแสดง เก็บรักษา และสะสมหิน เช่น หินแปลก หินหยก หินฟอสซิล หินธรรมชาติ หินย้อย หินแร่ จำนวนมากมายจากที่ต่าง ๆ ภายในประเทศและจากทั่วโลก แต่ละชิ้นมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ และสามารถจินตนาการเป็นรูปร่างหรือเรื่องราวต่าง ๆ ก่อเกิดความคิดสร้างสรรค์และเปิดโลกทัศน์ให้แก่ผู้เข้าชม

นอกจากหินแล้ว ทางพิพิธภัณฑ์ยังมีรูปภาพ แสตมป์ หน้าไม้ขีด ที่เขี่ยบุหรี่เก่า ภาพวาด ภาพเขียน จำนวนมากมาย ที่สามารถสะท้อนคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทยได้ในอีกทางหนึ่ง
เดิมพิพิธภัณฑ์หินแปลกเปิดดำเนินการที่ถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ มาเป็นระยะเวลานานกว่า 10 ปี จึงได้ย้ายที่ทำการมาที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งสะดวกทั้งการจัดแสดงและที่จอดรถ ซึ่งมีจำนวนมากเพียงพอกับแขกที่มาเยี่ยมชม เปิดให้เข้าชมทุกวัน ระหว่างเวลา 8.00 - 17.00 น. ค่าเข้าชม คนไทย 20 บาท ต่างชาติ 150 บาท

ติดต่อ พิพิธภัณฑ์หินแปลก29/2 หมู่ 1 ถนนสายรังสิต-ท่าน้ำปทุมธานี ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง ปทุมธานี 12000 โทรศัพท์ 0 2581 4835, 08 7550 0803, 08 7015 6629โทรสาร 0 2975 6943อีเมล rarestonemuseum@gmail.com

"ก้อนหินเป็นสมบัติล้ำค่า และเป็นกระดูกสันหลังของธรรมชาติก้อนหินล้วนแต่หลบซ่อนอยู่ตามขุนเขาผ่านการกระแทก กัดกร่อน ของน้ำและดินค่อย ๆ เกลากลึงจนกลายเป็นวัตถุอันสง่างาม วิจิตรพิศดาร แฉล้มแช่มช้อย ก่อเกิดจินตนาการไม่รู้จบชวนให้เกิดความเสน่หาและระทึกใจมันพูดไม่ได้ก็จริง แต่แฝงไว้ซึ่งคุณลักษณ์แห่งภาษาพูดที่ดูพร้อมจะสาธยายได้ร้อยแปดขณะเดียวกัน ความแข็งแกร่ง ความอดทน และความเงียบกริบของมันก็กลายเป็นแบบอย่างที่ดีของคนเรา
หินแปลก ไม่เพียงแต่ชมได้ แต่ยังถ่ายทอดความรู้สึกได้และในขณะเดียวกัน มันก็ยังเสมือน ตำราที่ไร้ตัวอักษรแต่ละท่านที่สัมผัส จะได้ความรู้สึกนึกคิดที่แตกต่างกัน ตามมุมมองของแต่ละบุคคลและชวนให้หลงไหลเคลิบเคลิ้มไปตามจินตนาการแห่งชีวิต"

วันวัณโรคโลก

24 มีนาคมเป็นวันวัณโรคโลก เพื่อรำลึกถึงวันนี้เมื่อปี ค.ศ. 1882 เมื่อ ดร.โรเบิร์ต ค็อช ค้นพบการติดเชื้อแบคทีเรียซึ่งแพร่กระจายผ่านทางอากาศ
ทุกๆ ปี ผู้คนมากกว่า 9 ล้านคนจะเจ็บป่วยเนื่องจากติดเชื้อวัณโรค และมีผู้ป่วยวัณโรค 1.7 ล้านคนต้องเสียชีวิตลง ผู้คนจำนวน 2,000 ล้านคน (หรือ 1 ใน 3 ของประชากรโลก) ล้วนติดเชื้อ Mycobacterium tuberculosis หรือแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของวัณโรค เชื้อวัณโรคจะออกฤทธิ์ทันทีเมื่อภูมิต้านทานร่างกายอ่อนแอลง จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่คร่าชีวิตผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS
ผู้ป่วยวัณโรคสามารถได้รับการรักษาด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งคิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 20 ดอลลาร์สหรัฐฯ การรักษาอย่างไม่ต่อเนื่องหรือไม่ถูกต้องจะทำให้เกิดการดื้อยา เช่น เชื้อวัณโรคดื้อยาหลายขนานชนิดรุนแรง (XDR-TB) ซึ่งเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้และได้รับการยืนยันจากทุกๆ ภูมิภาคทั่วโลก

วัณโรค คือ โรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่เล็กมากคือเชื้อ Mycobacterium tuberculosis ติดต่อโดยการสูดอากาศที่มีตัวเชื้อนี้เข้าไป ซึ่งเชื้อโรคชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษคือ มีความคงทนต่ออากาศแห้ง ความเย็น ความร้อน สารเคมี และอยู่ในอากาศได้นาน ยกเว้นไม่ทนทานต่อแสงแดด คนส่วนใหญ่มักคิดว่าวัณโรคเป็นโรคเกี่ยวกับปอด แต่ความจริงแล้ว เป็นได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกายเช่น ที่ต่อมน้ำเหลือง กระดูก เยื่อหุ้มสมอง ปอด แต่ที่พบและเป็นปัญหามากที่สุดในปัจจุบันคือ "วัณโรคปอด" มักพบในคนแก่คนที่ร่างกายอ่อนแอจากการเป็นโรคอื่น ๆ มาก่อน เช่น หวัด หัด ไอกรน พวกติดยาและโรคเอดส์และในคนที่ตรากตรำทำงานหนัก พักผ่อนไม่พอ ขาดอาหาร ดื่มเหล้าจัด หรือในคนที่มีประวัติใกล้ชิดกับคนที่เป็นโรค เช่น นอนห้องเดียวกัน หรืออยู่บ้านเดียวกัน และพบว่าผู้ป่วยโรคเอดส์ เป็นวัณโรคแทรกซ้อนกันมาก และทำให้วัณโรคที่เคยลดลง มีการแพร่กระจายมากขึ้น หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องจะทำให้แพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็วเนื่องจากติดต่อได้ง่ายโดยระบบทางเดินหายใจและมีอันตรายถึงชีวิต

โจรโม่งปล้นแบงก์ รปภ.ฮีโร่ ชัก.38 ซัลโวเดี้ยง




เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 23 มี.ค. พ.ต.ท.วีระศักดิ์ ติระพัฒน์ พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุคนร้ายบุกเข้าไปชิงทรัพย์ และถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ภายในธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนนาคนิวาส เลขที่ 18/123 ถนนนาคนิวาส แขวงและเขตลาดพร้าว กทม. จึงรุดไปสอบสวน พร้อมด้วย พ.ต.อ.บุญเพ็ญ มั่งคั่ง ผกก.สน.โชคชัย ร.ต.อ.พรทวี สมพงษ์ สวป.สน.โชคชัย และฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย

ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถว 2 ชั้น 3 คูหา อยู่ข้างซอยนาคนิวาส 12 ภายในธนาคารบริเวณหน้าเคาน์เตอร์เบิกถอนเงิน พบนายกานต์ คงคาสี อายุ 32 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยของธนาคารกรุงเทพ ยืนถือปืนอยู่ข้างๆคนร้ายที่ถูกยิงนอนคว่ำหน้าจมกองเลือด ทราบชื่อภายหลังว่านายภัทร ไชยสัตย์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 180/457 แขวงดอกไม้ เขตประเวศ กทม. แต่งกายด้วยเสื้อแจ็กเกตสีดำ กางเกงยีนส์ ใส่หมวกไหมพรม มีปืนตกอยู่ข้างตัว 1 กระบอก และกระเป๋าสะพายสีน้ำตาล 1 ใบ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่สีข้างด้านซ้ายทะลุหน้าอกขวา 1 นัด เจ้าหน้าที่รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ พร้อมอายัดตัวไว้เป็นผู้ต้องหา

จากการตรวจสอบในกระเป๋าสะพายของคนร้าย พบบัตรประชาชนของนายภัทร ไชยสัตย์ นามบัตร ระบุชื่อนายภัทร ตำแหน่งหัวหน้าศูนย์ บริษัทไทยประกันชีวิต สาขาอโศก และเงินสด 340,000 บาท ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนปลอม ส่วนที่ฟุตปาทหน้าธนาคาร พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีส้ม ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ของคนร้ายจอดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

ด้านนายกานต์ คงคาสี รปภ.ธนาคารที่กลายเป็นฮีโร่ของแบงก์ให้การด้วยเสียงที่ไม่หายตื่นเต้นว่า ก่อนเกิดเหตุมีลูกค้าใช้บริการประมาณ 6-7 คน ตนยืนอยู่ข้างประตูด้านในธนาคาร จู่ๆมีคนร้ายสวมหมวกไหมพรมวิ่งถือปืนเข้ามาพร้อมตะโกนสั่ง “ทุกคนหยุดอยู่กับที่ นี่คือการปล้น” จากนั้นกระโดดข้ามเคาน์เตอร์ไปด้านหลัง กวาดเงินสดตามลิ้นชักต่างๆใส่กระเป๋าสะพายสีน้ำตาล ในช่วงแรกตกใจเหมือนกัน แต่ในใจคิดถึงความปลอดภัยของลูกค้า และพนักงานธนาคาร ตัดสินใจชักปืนพกขนาด .38 ข้างเอวออกมา ตะโกนให้ทุกคนหมอบลงกับพื้น ก่อนลั่นไกใส่คนร้ายที่กำลังง่วนกับการกวาดทรัพย์สินด้านหลังเคาน์เตอร์ไป 5 นัดซ้อน จนคนร้ายได้รับบาดเจ็บ ตนสั่งให้ปีนกลับขึ้นมามอบตัวที่หน้าเคาน์เตอร์ กระทั่งมีตำรวจเข้ามาสนับสนุน

พ.ต.ท.ธรากร เลิศพรเจริญ สว.สส.สน.โชคชัยกล่าวว่า คนร้ายคือนายภัทร ไชยสัตย์ ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ แต่พอให้การได้ว่า ขี่รถ จยย.ผ่านหน้าธนาคารแห่งนี้ และคิดว่าน่าจะก่อเหตุได้ จึงบุกเข้าไป แต่ไม่ยอมบอกถึงสาเหตุของการก่อเหตุว่ามาจากอะไร อย่างไรก็ตาม จากหมวกไหมพรม กระเป๋าสะพาย ปืนปลอม และหมวกกันน็อกที่เตรียมมา เชื่อว่าคนร้ายเตรียมการมาก่อนหน้า ทั้งนี้ ต้องรอแพทย์รักษาอาการให้หายดีก่อนสอบปากคำอีกครั้ง

วันเสาร์, มีนาคม 21, 2552

อภิสิทธิ์ชนะท่วม กษิตบ๊วย ไม่ปรับพ้นครม.


รัฐสภา เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 มี.ค. ได้มี การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติในญัตติไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล โดยมีนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ทั้งนี้บรรดารัฐมนตรีและ ส.ส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ต่างเข้าประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ไม่ได้มีสีหน้าวิตกกังวลต่างยิ้มแย้มทักทายกันอย่างอารมณ์ดี ทั้งนี้นายธวัชชัย อนามพงษ์ ส.ส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำพวงมาลัยมามอบให้กำลังใจแก่นายกรณ์และนายกษิตที่นั่งอยู่บนเก้าอี้รัฐมนตรี ทำให้ นายกษิตมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มขึ้นมาในทันที จากนั้นนายชัย ประธานในที่ประชุม ได้แจ้งให้สมาชิกรับทราบว่า จะเริ่มการลงมติในญัตติของนายกรัฐมนตรีก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นจะลงมติรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล และกรณีที่ ส.ส.เป็นรัฐมนตรีนั้นในรัฐธรรมนูญมาตรา 177 ห้ามใช้สิทธิ์ออกเสียงลงคะแนน เพราะถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย

“นายกฯ-ประดิษฐ์-กรณ์” ผ่านฉลุย

จากนั้นนายชัยได้ขอให้ ส.ส.ที่อยู่ในห้องประชุม เสียบบัตรเพื่อแสดงตน แต่ปรากฏว่า ส.ส.ฝ่ายค้านหลายคน อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน ได้ลุกขึ้นคัดค้าน ขอให้เป็นการลงคะแนนโดยวิธีลับ หากใช้วิธีเสียบบัตรจะต้องไม่ปรากฏชื่อผู้ลงมติ แต่นายชัยแย้งว่าสมัยรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ ก็เคยใช้วิธีเช่นนี้มาก่อน ถือว่าเคยปฏิบัติอย่างไรก็ปฏิบัติอย่างนั้น ซึ่งผลคะแนนที่ออกมาจะต้องเกินกึ่งหนึ่งคือ 233 เสียง จากจำนวน ส.ส. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบันคือ 465 เสียง จากนั้นนายชัยได้เริ่มให้มีการลงมติในญัตติแรก คือญัตติไม่ไว้วางใจนายอภิสิทธิ์ โดยให้สมาชิกกดบัตรแสดงตนก่อนลงคะแนนทุกครั้ง ผลปรากฏว่ามี ส.ส.กดบัตรแสดงตนเข้าประชุม 449 คน มี ส.ส.ลงคะแนนไว้วางใจนายกฯ 246 เสียง ไม่ไว้วางใจ 176 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง ไม่ลงคะแนน 15 เสียง จากนั้นจึงเริ่มลงมติรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลต่อไป เริ่มจากนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง มีผู้แสดงตน 447 คน ไว้วางใจ 246 เสียง ไม่ไว้วางใจ 174 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง ไม่ลงคะแนน 15 เสียง นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง มีผู้แสดงตน 447 คน ไว้วางใจ 246 เสียง ไม่ไว้วางใจ 174 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง ไม่ลงคะแนน 15 เสียง

คะแนนไว้วางใจ “กษิต” แค่ 237 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายกษิต ภิรมย์ รมว. ต่างประเทศ มีผู้แสดงตน 446 คน ไว้วางใจ 237 เสียง ไม่ไว้วางใจ 184 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง ไม่ลงคะแนน 13 เสียง นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย มีผู้แสดงตน 447 คน ไว้วางใจ 246 เสียง ไม่ไว้วางใจ 167 เสียง งดออกเสียง 20 เสียง ไม่ลงคะแนน 14 เสียง และนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย มีผู้แสดงตน 447 คน ไว้วางใจ 246 เสียง ไม่ไว้วางใจ 168 เสียง งดออกเสียง 18 เสียง ไม่ลงคะแนน 15 เสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในระหว่างการลงมตินั้น รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายรวมถึงนายกฯได้จดตัวเลขผลการลงมติของแต่ละคนไปด้วย ขณะที่นายกษิตและนายชวรัตน์ต่างมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เมื่อถึงคิวลงคะแนนของตัวเอง จากนั้นนายชัยประธานในที่ประชุม ได้กล่าวขอบคุณสมาชิกว่าขอบคุณทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอด 3 วัน และขอให้ทุกคนโชคดี สำหรับประธานและรองประธานทั้ง 3 คน ไม่ได้ลงคะแนนเพราะขอวางตัวเป็นกลาง จากนั้นนายชัยได้สั่งปิดการประชุมเมื่อเวลา 11.30 น.

นายกฯ-รัฐมนตรียิ้มแป้นผลไว้วางใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ทันทีที่ปิดการประชุม นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลังและอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐมนตรีคนแรกที่เดินเข้าไปแสดง ความยินดี และยกมือไหว้นายอภิสิทธิ์ ขณะที่รัฐมนตรีที่ถูกยื่นญัตติต่างมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส จับมือแสดงความยินดีซึ่งกันและกัน ขณะที่กลางห้องประชุมสภาฯ ปรากฏว่า ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งมีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานวิปรัฐบาล ได้นั่งรวมตัวกันเพื่อเช็ก ผลการลงคะแนนที่ออกมา เช่นเดียวกับพรรคฝ่ายค้านที่มอบหมายให้ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช ส.ส.ขอนแก่น วิปฝ่ายค้าน มารอผลคะแนนที่พิมพ์ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์ ของสำนักงานเลขาธิการสภาฯทันที เพื่อตรวจสอบรายชื่อ ส.ส.พรรคตัวเองที่แตกแถวไปยกมือให้รัฐบาล

มี ส.ส.ขาดประชุมสภาฯถึง 16 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบรายชื่อ ส.ส.ซึ่งปัจจุบันมีทั้งสิ้น 465 คน แยกเป็นพรรคประชาธิปัตย์ 170 คน เพื่อไทย 182 คน ภูมิใจไทย 32 คน เพื่อแผ่นดิน 30 คน ชาติไทยพัฒนา 25 คน รวมใจไทยชาติพัฒนา 9 คน ประชาราช 9 คน กิจสังคม 5 คน และราษฎร 3 คน แต่ปรากฏว่าการประชุมสภาฯครั้งนี้ มีผู้แสดงตนเข้าประชุมและใช้สิทธิลงมติสูงสุดรวม 449 คน ถือว่ามี ส.ส.ขาดประชุมจำนวน 16 คน ในจำนวนนี้ได้แจ้งขอลาประชุมอย่างเป็นทางการ 7 คน ประกอบด้วยนาย นาราชา สุวิทย์ ส.ส.สงขลา นายสุรสิทธิ์ ตรีทอง ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ที่ติดงานบวชลูกชายที่ จ.แม่ฮ่องสอน นายบุญเลิศ ครุฑขุนทด ส.ส.นครราชสีมา นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ส.ส.อุบลราชธานี นายอิทธิเดช แก้วหลวง ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย และนายมานิต นพอมรวดี ส.ส.ราชบุรี ในฐานะ รมช.กระทรวงสาธารณสุข ขณะที่นางวรศุลี สุวรรณปริสุทธิ์ ส.ส.มุกดาหาร พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา มาใช้สิทธิลงคะแนนทันเพียงคนเดียว คือนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย โดยให้เหตุผลในที่ประชุมว่ารถยางรั่ว ส่วนที่เหลือเป็น ส.ส.ที่ควบตำแหน่งรัฐมนตรีที่มาประชุม แต่ไม่ได้กดบัตรแสดงตน

รัฐมนตรี 15 คนไม่ลงคะแนนโหวต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคะแนนของนาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯและนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลังนั้น พบว่ามีผู้งดออกเสียง 12 คน เป็น ส.ส.พรรคประชาราช 8 คน ได้แก่ 1. นางสาวจิรวดี จึงวรานนท์ ส.ส.ศรีสะเกษ 2. นายฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว 3. นางตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว 4. นายสุตา พรมดวง ส.ส.ศรีสะเกษ 5. นายเสนาะ เทียนทอง ส.ส.สัดส่วน 6. นายสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ส.ส.นครสวรรค์ 7. นายสรวงศ์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว 8. นางชนากานต์ ยืนยง ส.ส. ปทุมธานี และเป็น ส.ส.พรรคเพื่อไทย 3 คน 1. ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี 2. นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส. เชียงราย ในฐานะรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง 3. พ.อ. อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี ในฐานะรองประธานสภาฯคนที่สอง และ ส.ส.พรรคเพื่อแผ่นดิน 1 คน คือ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน สำหรับผู้ไม่ลงคะแนนเสียงที่มีทั้งหมด 15 คน ส่วนใหญ่เป็นคณะรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการลงมติของนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง มีผู้งดออกเสียง 12 คน เป็น ส.ส.พรรคประชาราช 8 คน ในขณะที่นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาราช แหกโผมาโหวตไว้วางใจ ส่วนพรรคเพื่อไทยงดออกเสียง 3 คนคือ ร.ต.ปรพล นายสามารถและ พ.อ.อภิวันท์ ส่วนพรรคเพื่อแผ่นดินคือ พล.ต.อ.ประชา ในขณะที่มีผู้ไม่ลงคะแนนจำนวน 15 คน ส่วนใหญ่เป็นรัฐมนตรี ยกเว้นนายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย

“เกียรติกร” งดออกเสียงให้ “กษิต”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคะแนนที่ลงให้กับนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ปรากฏว่ามีผู้งดออกเสียง 12 เสียงได้แก่ 1. นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์ ส.ส.ปราจีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ 2. นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อแผ่นดิน 3. นายณัฐวุฒิ สุขเกษม ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย 4. นายนัจมุดดีน อูมา ส.ส.นราธิวาส พรรคราษฎร 5. ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี พรรคเพื่อไทย 6. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน 7. นางฟาริดา สุไลมาน ส.ส.สุรินทร์ พรรคราษฎร 8. นายมานพ ปัตนวงศ์ ส.ส. สัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน 9. นายแวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส. นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดิน 10. นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคราษฎร 11. นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส. เชียงราย พรรคเพื่อไทย ฐานะรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง 12. พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานสภาฯคนที่สอง สำหรับผู้ไม่ลงคะแนน เสียงมีทั้งหมด 13 คน ทั้งหมดเป็นส.ส.ที่เป็นคณะรัฐมนตรี และเป็นที่น่าสังเกตว่านายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะงดออกเสียงในญัตติ ดังกล่าว ได้นำทีม ส.ส.ประชาราชทั้งหมดลงคะแนนไม่ไว้วางใจนายกษิต

วันพฤหัสบดี, มีนาคม 19, 2552

สอดท่อดาม จู๋ หนุ่มหักเจ้าโลก

หมอเผยหนุ่มหักจู๋เจ้าโลกยังบวม และต้องใส่ท่อยางเข้าไปต่อ กับท่อปัสสาวะ เพื่อไม่ให้บิดเบี้ยว ผิดรูป รวมทั้งให้ยาแก้อักเสบรอให้ที่บวมยุบตัว หลังยุบตัวถ้าจู๋ผิดรูปก็ต้องผ่าตัด คาดอีก 2-3 สัปดาห์จะหายเป็นปกติ แต่ต้องหยุดร่วมเพศไม่น้อยกว่า 2 เดือน อธิบดีกรมการแพทย์ชี้หนุ่มหักจู๋ตัวเองจนบาดเจ็บไม่น่าเป็นไปได้ คาดเกิดจากการร่วมเพศผิดท่ามากกว่า เพราะถ้าใช้มือหักจะถึงจุดที่เจ็บปวดจนต้องหยุดก่อน ส่วนที่อวัยวะเพศแข็งตัวทุกเช้าเป็นเรื่องปกติของคนหนุ่มที่ร่างกายแข็งแรง
จากกรณีนายผล(นามสมมติ) อายุ 28 ปี หนุ่มเรือลากร่มหาดป่าตอง จ.ภูเก็ต อวัยวะเพศแข็งตัวเป็นประจำทุกเช้า และจะใช้มือจับหักจนอวัยวะเพศหดตัว โดยทำเป็นประจำมาตั้งแต่วัยเด็ก แต่เจ้ากรรมวันเกิดเหตุเมื่อใช้มือจับหักแล้วมีเสียงดังแก๊ก อวัยวะเพศเกิดหักงอ บวมช้ำ และเจ็บจนทนไม่ไหวต้องแจ้นไปหาหมอร.พ.วชิระภูเก็ต ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว
ความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 19 มี.ค. ที่ร.พ.วชิระภูเก็ต น.พ.ศิริชัย ศิลปอาชา รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการตติยภูมิ ผู้เชี่ยวชาญโรคระบบทางเดินปัสสาวะ เจ้าของไข้ ตรวจอาการอวัยวะเพศของนายผล ซึ่งยังมีอาการอักเสบช้ำบวม เลือดคั่งนอนซมอยู่บนเตียงคนไข้บนชั้น 3 ตึกศัลยกรรมชาย
น.พ.ศิริชัย เปิดเผยว่า ปกติอวัยวะเพศชายบริเวณรอบๆ ด้านนอกจะมีเนื้อเยื่อเป็นพังผืดแข็งๆ หุ้มอยู่ เหมือนเนื้อเยื่อพังผืดที่หุ้มชั้นผนังหน้าท้อง ขณะนี้เนื้อเยื่อดังกล่าวเกิดอาการฉีกขาด เนื่องจากขณะแข็งตัว ไปหักงอจนเป็นเหตุให้เนื้อเยื่อตึงแล้วฉีกขาด หากไม่ตึงก็จะไม่มีทางฉีกขาดได้ ที่ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่าทันทีที่หัก ก็มีอาการบวม เนื่องจากมีเลือดออกใต้ผิวหนัง การฉีกขาดฉีกขาดไม่รุนแรงมาก เพียงแต่มีเลือดออก
น.พ.ศิริชัย กล่าวว่า อาการของนายผล แพทย์คงไปทำอะไรมากไม่ได้เพราะมีเลือดออก ต้องให้ยาแก้อักเสบและยาลดอาการบวมแล้วรอประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อดูว่าจะยุบหรือยังบวมมากน้อยแค่ไหน จากนั้นก็รอว่าการแข็งตัวเป็นปกติหรือไม่ หากการแข็งตัวของอวัยวะเพศยังปกติก็ไม่ต้องไปทำอะไร จะหายไปเอง ร่างกายจะซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่มีลักษณะคล้ายผ้าใบให้ติดกันกลับคืนเป็นปกติ
น.พ.ศิริชัย กล่าวว่า อาการของผู้ป่วยที่เห็นในเวลานี้คือ มีอาการบวมคล้ายๆ กระดูกหัก เป็นอาการปกติ เมื่อกระดูกหักก็เกิดการบวมในตำแหน่งที่มีเลือดออก สรุปคือมีเลือดออกใต้ผิวหนังแล้วบวมขึ้นมา ในการรักษาไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเคยมีกรณีผู้ป่วยถูกตัดหรือเฉือนอวัยวะเพศ แพทย์ก็สามารถเย็บซ่อมเยื่อแล้วสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ ในรายนี้จะมีปัญหาว่าอวัยวะเพศจะผิดรูปไปหรือบิดเบี้ยวหรือไม่ บางครั้งอาจทำให้ผนังทั้งสองด้านไม่เท่ากันได้ เมื่ออวัยวะเพศแข็งตัวจะทำให้เอียงไปข้างใดข้างหนึ่งไป ต้องดูอาการอีกระยะ หากมีอาการตามที่ว่ามาก็คงต้องผ่าตัด เท่าที่ตรวจล่าสุดคาดว่าเลือดน่าจะหยุดแล้ว แต่เลือดเดิมที่ออกซึมไปทั่ว ทำให้อวัยวะเพศมีลักษณะสีดำคล้ำ จะหายไปเองในราว 2-3 สัปดาห์
ต่อข้อถามว่าเมื่ออาการบวมหายแล้ว อวัยวะเพศยังจะใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ น.พ.ศิริชัย กล่าวว่า กรณีที่อวัยวะเพศชายถูกตัด ก็มีความเสี่ยงหลังจากต่อกลับแล้ว ว่าจะใช้งานได้ตามปกติหรือไม่ เมื่อเทียบกับอาการของคนไข้รายนี้แตกต่างกันมาก รายนี้โอกาสที่จะหาย แล้วสามารถใช้งานได้ตามปกติสูงมากกว่า แต่คงต้องหยุดร่วมเพศไม่ต่ำกว่า 2 เดือน ให้เป็นปกติก่อน ในการรักษาช่วงนี้ก็คงทำอะไรมากไม่ได้ เพียงให้ยาไปเต็มที่ ที่เหลือเป็นไปตามกระบวนการซ่อมแซมของร่างกายมนุษย์ และใช้ท่อยางต่อกับท่อปัสสาวะเหมือนเดิม เพื่อดัดให้อวัยวะเพศตรง คล้ายๆการใส่เฝือกภายในป้องกันไม่ให้ผิดรูป หากไม่ใส่ท่อยางอวัยวะเพศอาจเอียงไปเอียงมาได้ ส่วนการรักษาภายนอกก็ให้ยาจำพวกยาแก้อักเสบ รอให้ยุบตัว เพื่อประเมินว่าจะกลับคืนสู่ภาวะปกติมากน้อยแค่ไหน หากกลับเป็นปกติก็ไม่ต้องทำอะไร แค่ให้ยาทานก็พอ แต่หากผิดรูป หรือบิดเบี้ยวก็ต้องผ่าตัดซ่อมส่วนที่ฉีกขาดต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรณีของนายผลภายหลังที่มีข่าวออกไปจนครึกโครม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากทางร.พ.วชิระภูเก็ต ว่าคนไข้ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพเนื่องจากเกิดความอับอาย รวมทั้งจะไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ
น.พ.เรวัต วิศรุตเวช อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ความจริงไม่มีใครรู้ว่าผู้ป่วยรายนี้ไปทำอย่างไรกับอวัยวะเพศของตนเอง ในทางทฤษฎีแล้วการใช้มือหักอวัยวะเพศของตนเอง คงไม่สามารถทำได้ถึงขนาดนั้น เนื่องจากเมื่อถึงจุดหนึ่งจะต้องหยุด ก่อนที่อวัยวะเพศจะหัก เพราะจะเกิดความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจนไม่สามารถทนได้
น.พ.เรวัติ กล่าวว่า ส่วนใหญ่การบาดเจ็บของอวัยวะเพศชาย เกิดจากการร่วมเพศที่รุนแรงและผิดท่าจนทำให้อวัยวะเพศหัก บวมช้ำ อักเสบรุนแรง การรักษาจะให้ยาเพื่อบรรเทาตามอาการ เช่น ยาแก้อักเสบ และลดบวม เป็นต้น หากปัสสาวะเองไม่ได้ก็ให้ใช้สายสวนจนท่อปัสสาวะเปิดและถ่ายได้ด้วยตนเอง ใช้เวลาไม่นานอวัยวะเพศจะฟื้นตัวและใช้งานได้ตามปกติ และไม่มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศแต่อย่างใด
"ที่ผ่านมาเคยพบผู้ป่วยบางรายที่มีความต้องการทางเพศมาก จนทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวตลอด ไม่สามารถทำให้อ่อนตัวได้ แม้จะมีการช่วยตัวเองก็ไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมดจนต้องไปพบแพทย์ แพทย์จะรักษาด้วยการให้นอนพัก และฉีดยากดอารมณ์เพื่อให้อวัยวะเพศอ่อนตัว การแข็งตัวของอวัยวะเพศชายในช่วงเช้า เป็นเรื่องปกติเกิดขึ้นกับทุกคนที่ร่างกายแข็งแรง โดยเฉพาะคนในวัยหนุ่ม" อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว

ทีพีไอ จ่อฟ้อง เฉลิม อภิปรายพาดพิง

ทีพีไอ จ่อฟ้องผู้อภิปรายพาดพิง เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรายแรก และกำลังพิจารณา สุนัย จุลพงศธร อีกรายเข้าข่ายหรือไม่ทีพีไอ จ่อฟ้องผู้อภิปรายพาดพิง เฉลิม อยู่บำรุง เป็นรายแรก และกำลังพิจารณา สุนัย จุลพงศธร อีกรายเข้าข่ายหรือไม่
(20มี.ค.) นายศิลปิน บูรณศิลปิน รองผู้จัดการใหญ่ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัท ทีพีไอ โพลีนจำกัด (มหาชน) จะฟ้องแพ่งและอาญาผู้อภิปรายพาดพิง แน่นอน ส่วนจะเรียกค่าเสียหายในคดีแพ่งเท่าไหร่นั้นยังไม่ทราบ ซึ่งได้ทำเทปและหลักฐานต่างๆเก็บไว้แล้ว ที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ขณะนี้คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส่วนกรณี นายสุนัย จุลพงศธร นั้นอยู่ระหว่างที่ฝ่ายกฎหมายกำลังพิจารณาอยู่ว่ามีประเด็นไหนหรือไม่ที่ เข้าข่าย
ด้านนายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยังไม่อยากประเมินการอภิปราย แต่เชื่อว่า เอกสารหลักฐานต่างๆที่ตนประกอบการอภิปรายมีความชัดเจนมากจนต้องมีผู้ประท้วงกันตลอด ส่วนกรณีที่ บริษัท ทีพีไอ โพลีน กำลังพิจารณาฟ้องแพ่งและอาญานั้นก็ต้องปล่อยให้ว่าไปตามกระบวนการ ซึ่งตนเองก็เข้าใจว่าไม่ได้อภิปรายพาดพิงอะไร

หนี้นอกระบบ

ทำไมต้อง…นอกระบบ คนเรา เมื่อยามเดือดร้อนประเภทตกงาน (เพราะบริษัทใกล้ปิดตัวเช่นกันจ๊ะ) แม้แต่สุนัขยังเมินเลยครับ แหมที เมื่อก่อนเดินไปไหนมาไหนคนทักกันเกรียว แต่พอเราเดือดร้อนถามหยิบยืมเงินบ้าง คราวนี้ไปไหนมา ไหนมีแต่คนหลบหน้าหลบตา บางคนทำเป็นมองไม่เห็น ไม่ได้ยินเสียงทัก ซึ้งจริง ครับกับคำพูดที่ว่า “มี เงินเขาเรียกน้อง มีทองเขาเรียกพี่…แต่พอไม่มีแม้แต่หมายังเมิน” เศร้าครับ จึงตัดสินใจเดินเตะกระป๋อง ไปตามท้องถนน (ทำเหมือนพระเอกในมิวสิควิดีโอในรายการโทรทัศน์ตอนดึก) และแล้วฟ้าก็มาโปรด เพราะสายตาก็ไปกระทบกับป้ายที่เขียนว่า “เงินด่วน ติดต่อ โทรฯ (0X) XXX-XXXX” จะช้าอยู่ใยพระ เจ้าประทานตัวช่วยมาแล้วโทรศัพท์ไปเลย… ดอกเบี้ย…มหาโหด ความ ฝันฟูฟ่องล่องลอยอยู่ได้ไม่นานครับ เพราะเมื่อโทรศัพท์ไปติดต่อสอบถาม หัวใจที่พองโตก็ต้องห่อเหี่ยว เพราะปลายสายโทรศัพท์ตามเบอร์เงินด่วนตอบกลับมาว่า “ดอกเบี้ยร้อยละ 30 ต่อปีนะพี่…เอาปล่าว ?” เอาไงก็เอากันแล้วครับ เพราะไปหาหยิบยืมใครก็ไม่ได้ ญาติพี่น้องก็ไม่ได้ร่ำรวย หรือจะกู้ธนาคารก็ไม่มี หลักทรัพย์ เลยตัดสินใจกัดฟันกู้เงินนอกระบบแบบนี้นี่แหละเดี๋ยวค่อยคิดใหม่ว่าจะทำอย่างไรดีหนอ ? ใจเย็น ครับ ถ้าหากใครอยู่ในสภาพทุกข์ระทมใจกายเช่นนี้ เพราะกฎหมายไม่ได้อนุญาตให้เจ้าหนี้คิดดอกเบี้ย เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดตามที่ พระราชบัญญัติห้ามเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 กำหนดไว้ ให้เรียกเก็บไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งเมื่อมีการฟ้องร้องคดีในชั้นศาล ศาลจะพิพากษาให้ข้อตกลง เรื่องดอกเบี้ย (ที่เกินร้อยละ 15 ต่อปี) เป็นโมฆะมีผลให้เจ้าหนี้หมดสิทธิที่จะเรียกเก็บดอกเบี้ยตามสัญญา (มหาโหด) แต่ลูกหนี้ก็ยังต้องรับผิดชอบจ่ายคืนเงินต้นแก่เจ้าหนี้ต่อไปครับเซ็นสัญญากู้…เปล่า เจ้าหนี้ นอกระบบบางรายโหดกว่านั้นอีกครับ เพราะเขารู้ว่าคนที่เข้ามาหาเขานั้น ร้อนเงิน อยากได้เงินทั้งนั้น ดังนั้นเขาจึงสามารถตั้งเงื่อนไขแปลก (แบบเอาเปรียบ) เช่นให้คุณลูกหนี้ลงนาม ให้ชื่อ ที่อยู่ และเซ็นชื่อ ในเอกสารเปล่า เอาไว้ ส่วนดอกเบี้ยนั้นเขาก็พอรู้กฎหมายครับว่าต้องไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี จึงเขียนไว้ อย่างสวยงามและถูกกฎหมาย แต่สิ่งที่เขาทำแสบนั่นคือไม่กรอกจำนวนเงินต้นเอาไว้ครับท่าน ! แต่ที่ ลูกหนี้ตาดำ ยอมก็เพราะกำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน พี่แกก็เลยให้กู้เงิน 100,000.-บาท เวลาผ่านไปไว เหมือนโกหกครับ ลูกหนี้ก็ไม่มีปัญญาที่จะหาดอกเบี้ยมาคืนได้ตลอด ส่งบ้างไม่ส่งบ้าง และเมื่อไม่ส่งดอก นาน เข้า คราวนี้ดอกเบี้ยเท่ากับจำนวนเงินต้นเลยครับคือ 100,000.-บาท คุณเจ้าหนี้ก็เลยเอาจำนวนเงิน ที่เป็นดอกเบี้ยขาดส่ง 100,000.-บาท รวมกับเงินต้นอีก 100,000.-บาท ใส่เข้าไปในสัญญาเลยครับว่า เป็นการกู้เงินที่มีเงินต้นสูงถึง 200,000.-บาทเลยจ๊ะ แล้วจึงเอาสัญญาฉบับนั้นไปฟ้องร้องต่อศาล คุณผู้ อ่านครับ ความยุติธรรมมีอยู่ในโลกแน่นอนครับ เพราะกรณีเช่นนี้กฎหมายถือว่าเจ้าหนี้กรอกสัญญากู้ผิด ไปจากความจริง โดยที่ผู้กู้ไม่รู้เห็นหรือยินยอม ทำให้สัญญากู้เป็นโมฆะและเจ้าหนี้ก็ต้องรับโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000.-บาท หรือทั้งจำทั้งปรับในข้อหาปลอมแปลงเอกสารตามกฎหมายอาญามาตรา 264 อีกด้วยนะครับ ทวงหนี้…แบบมาเฟีย คุณผู้ อ่าน จำโฆษณาที่เจ้าหนี้ (พร้อมกับบรรดาลูกน้อง) ไปทวงหนี้ด้วยการเดินเข้าไปในตลาด และพร้อมจะ ใช้กำลังกับลูกหนี้ได้ทุกเมื่อได้ไหมครับ หรือพอจำข่าวที่เจ้าหนี้ท่านหนึ่งที่ จ.นครสวรรค์ ซึ่งเธอทวงหนี้ โดยส่งบรรดาลูกน้องมาเฟียทั้งหลายเข้าไปข่มขู่ลูกหนี้ได้ไหมครับ นั่นแหละครับมักจะเป็นวิธีการทวง หนี้แบบนอกระบบ ให้สมกับที่เป็นเงินกู้นอกระบบ เรียน ไว้ตรงนี้เลยนะครับคุณเจ้าหนี้ทั้งหลายเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณตัดสินใจส่งลูกน้องคุณ หรือตัวคุณเองเข้าไปขู่ เข็ญ ข่มขู่ลูกหนี้ต่าง นา เช่น “ภายใน 3 วัน ถ้าแกไม่เอาเงินต้นพร้อมกับดอกเบี้ยมาคืน แกกับครอบครัว ต้องตายไปตาม กันแน่นอน จำใส่หัวสมองน้อย ของแกเอาไว้” (คุณผู้อ่านคิดถึงฉากในหนังไทย ที่มีจิ๊กโก๋ ตามท้องตลาด เดินตามเจ้าแม่เงินกู้ที่หนีบกระเป๋าหนังสีดำ) คุณมีความผิดตาม กฎหมายอาญามาตรา 309 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000.-บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้หากคุณข่มขู่ เขาโดยมีอาวุธหรือร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป (ซึ่งมักจะไปทวงหนี้แบบหมู่คณะ แบบนี้แหละครับ) คุณอาจต้องรับโทษจำคุก 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000.-บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ครับทวงหนี้…แบบประจาน เจ้าหนี้ บางท่านรู้ว่าคนที่เป็นลูกหนี้หน้าบางก็เลยใช้วิธีการประจานเพื่อกดดันลูกหนี้ เช่น โทรศัพท์ทวงหนี้ไปที่ บ้าน ที่ทำงานเพื่อให้เกิดความอับอาย โทรศัพท์หาพ่อแม่ญาติพี่น้องให้ไปกดดันลูกหนี้ต่อ เจ้าหนี้บาง รายแสบกว่านั้นครับ ประจานด้วยการโทรศัพท์ หรือส่งโทรสารไปที่ทำงานของลูกหนี้ โดยว่ากล่าว ประจานทั้งเรื่องที่เป็นหนี้ บางคนใส่สีตีไข่หาว่าเขาเป็นเมียน้อย เป็นแมงดา ต้องเอาเงินไปรักษาโรคร้าย ทางเพศ (แสบจริง ) แบบนี้ถือว่าคุณเจ้าหนี้คนนั้นมีความผิดฐานหมิ่นประมาทตาม กฎหมายอาญามาตรา 326 โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000.-บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ …ดังนั้นลูกหนี้ไม่ใช่ทาส ที่คุณจะทำอะไรกับเขาก็ได้นะจ๊ะบังคับคดี…โดยอายัดเงินเดือน เอา เถอะครับ ในส่วนของเงินกู้นั้น เมื่อศาลเขาพิจารณาตัดสินคดีแล้วว่า ลูกหนี้ก็ไปกู้เงินเขามาจริง ศาลก็จะ ให้ใช้หนี้คืนตามความเป็นจริง แต่ถ้าหากลูกหนี้ไม่ยอมใช้คืนตามคำพิพากษา ศาลก็จะอนุญาตให้เจ้าหนี้ อายัดเงินเดือนลูกหนี้ได้ แต่ช้าก่อนครับ ศาลไม่อนุญาตให้คุณอายัดเงินเดือนของลูกหนี้ที่มีจำนวนไม่ถึง 10,000.-บาทครับ ส่วนข้าราชการนั้นปิดประตูตายเลยครับสำหรับวิธีการนี้ เพราะคุณไม่สามารถอายัด เงินเดือนของข้าราชการแม้ว่าเขาจะมีเงินเดือนสูงเกินกว่า 10,000.-บาทครับ เพราะว่าเงินเดือนข้า ราชการเป็นเงินที่จ่ายจากงบประมาณของรัฐ จากกระทรวงการคลัง ศาลไม่มีสิทธิสั่งฟ้องร้องบังคับคดี ให้กระทรวงการคลังนำเงินของลูกหนี้มาจ่ายหนี้ให้เจ้าหนี้ได้ครับบังคับคดี…โดยยึดทรัพย์ ไม่ เป็นไรครับอายัดเงินเดือนไม่ได้ก็ต้องยึดทรัพย์ แต่ใช่ว่าคุณเจ้าหนี้จะสามารถบุกเข้าไปยึดทรัพย์ลูกหนี้ ได้ตามใจชอบนะครับ เพราะกฎหมายก็ต้องคุ้มครองลูกหนี้ด้วย โดยกำหนดไว้ในวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 285 ว่าคุณเจ้าหนี้ไม่สามารถยึดหรืออายัดทรัพย์สินต่อไปนี้ของลูกหนี้ครับ เครื่อง นุ่งห่มหลับนอน เครื่องใช้ในครัวเรือน ราคารวมกันไม่เกิน 50,000.-บาท เครื่อง มือหรือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพ หรือประกอบวิชาชีพ รวมกันราคาไม่เกิน 100,000.-บาท วัตถุ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ที่จำเป็นที่ต้องใช้ทำหน้าที่แทน หรือช่วยอวัยวะของลูกหนี้ (เช่น แขนเทียม ขา เทียม รถเข็นคนพิการ ฯลฯ)